"ประเสริฐ" เผย ตัดทันที หากพบสายสัญญาณลากข้ามชายแดน
โพสต์เมื่อ : 11 ก.พ 2568 เวลา 9:4 น.
"ประเสริฐ" เผย ตัดทันที หากพบสายสัญญาณลากข้ามชายแดน ยัน ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ที่ถูกตัดไฟ ชี้ สตาร์ลิงก์ ผิดกฎหมายในไทย
วันที่ 11 ก.พ. 2568 ที่ ทำเนียบฯรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตัดเสาสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ชายแดน ว่า ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง กสทช. และ Operator ทุกค่าย รวมถึงตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในการดำเนินการเรื่องนี้ทันที ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ กรณีที่สัญญาณแบบไม่มีสาย ซึ่งเราได้ลดระดับเสาลงและตรวจสอบเสาให้การส่งสัญญาณหันหน้าเข้ามาในประเทศเท่านั้น ไม่สามารถหันไปทางประเทศเพื่อนบ้านได้ ส่วนที่ 2 กรณีสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่เป็นระบบสาย ที่มีการลากสายไป หากพบแล้วจะดำเนินการตัดสายทันที ไม่ปล่อยให้มีระบบสายลากเข้าแบบผิดกฎหมาย ส่วนอีกเรื่องที่เราดำเนินการ คือ เราพบว่าสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ลากเข้าไปยังตึก ซึ่งหากเห็นว่าเป็นตึกต้องสงสัยก็ดำเนินการตัดทันที
เมื่อถามว่าในพื้นที่ที่มีการตัดไฟขณะนี้ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทยแล้วใช่หรือไม่ นายประเสริฐ ระบุว่า ไม่มี
สำหรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตของไทยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ดำเนินการตัดทันทีนั้น นายประเสริฐ เผยว่า มีหลายสัญญาณไม่ใช่เฉพาะ 2 บริษัทใหญ่ โดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 2 บริษัทใหญ่ของไทยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เสาสัญญาณและสายอินเตอร์เน็ตหากไม่มีการมายืนยันว่าเป็นของใครก็จะดำเนินการตัดทิ้งทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติ
ในส่วนของสายสัญญาณที่แอบลากไปและมีการตัดไปแล้วนั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า สายที่แอบลากไปและดำเนินการตัดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีม กสทช. ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ Operator และ DE ดำเนินการเรียบร้อยแล้วหลายจุด โดยเราทำแผนไว้จะมีการตรวจทุกสัปดาห์ ใช้เวลาในการดำเนินการดังกล่าว 3 เดือน ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางในการปราบปรามไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อถามต่อว่าจะมีการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตจากดาวเทียมวงโคจรต่ำหรือไม่ นายประเสริฐ ระบุว่า มีการลักลอบซื้อขายจานรับสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่เรียกว่า สตาร์ลิงก์ ซึ่งในประเทศไทยนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ตนคิดว่าจะขอความร่วมมือจากประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งประเทศไทยเป็นประธานในการปราบปรามอาชญากรรม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยต้องพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมือในการปราบปรามเรื่องดังกล่าว
ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่าที่เมืองปอยเปตมีการใชัสตาร์ลิงก์ เป็นการซื้อจากตัวแทนในกลุ่มอาเซียนหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ได้ซื้อจากกลุ่มอาเซียน ส่วนจะซื้อจากที่ใดนั้นเราก็ไม่ทราบ โดยในอดีตที่ผ่านมาเขามีการซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วนำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเราได้ตรวจจับหลายครั้งและมีการยึดมาเป็นจำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 200 จาน
เมื่อถามต่อว่าแม้จะมีการซื้อจากต่างประเทศแต่การตั้งแม่ข่ายต้องมาตั้งที่ประเทศไทยหรือไม่นั้น นายประเสริฐ กล่าวว่า เดิมเคยมีการมาตั้งในประเทศไทยซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ตอนนี้ทราบว่ามีการไปตั้งระบบที่ต่างประเทศ เหมือนเป็นการรับสัญญาณโดยตรง เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ให้ดำเนินการเกี่ยวกับจานสตาร์ลิงก์ เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.
เมื่อถามหากมีการตั้งจานดังกล่าวที่ประเทศเพื่อนบ้านเราจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้หรือไม่นั้น นายประเสริฐ เผยว่า คงต้องขอความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน หากเป็นสัญญาณที่ใช้ในการกระทำความผิด
เมื่อถามถึงการเดินทางเยือนประเทศจีนได้อะไรกลับมาเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายประเสริฐ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของจีน ในเรื่องของความร่วมมือในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในอนาคต ซึ่งจีนได้ชื่นชมไทยตามที่ปรากฏเป็นข่าว นอกจากนั้นยังได้พูดถึงความร่วมมือในอนาคต เพราะทุกประเทศคิดว่าปัญหานี้เป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่จะต้องทำงานร่วมกัน โดยทางการจีนก็ได้ดำเนินการไปพอสมควรในการปราบปรามแก๊งจีนเทา ซึ่งก็ต้องมีการยกระดับความเข้มข้นขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเป็นประธานการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ในช่วงกลางเดือนมกราคม ได้มีการพูดคุยแบบทวิภาคีกับประเทศพม่า ลาว กัมพูชา ในเรื่องของการร่วมมือการป้องกัน แก้ไข ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในแนวชายแดน
z-z1603487247937.jpg)