닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน1111111

"ประธานกรรมการแบงก์ชาติ" คนใหม่ ได้ใครหรือได้พรรคอะไร


จากกระแสข่าวที่หนักหนาในสังคมว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีการเลือกประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยอาจมีคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ลงเป็นประธานด้วย ซึ่งอาจทำให้แบงก์ชาติหรือธนาคารแห่งประเทศไทย มีการบริหารงานที่ไม่เป็นไปตามอิสระ หรืออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางรัฐบาล และจะนำไปสู่การเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ในปี 2568 ที่ไม่โปร่งใส หรืออาจจะเป็นคนในพรรคการเมืองมานั่งเป็นผู้ว่าแบงก์ชาติ ทำให้เป็นที่จับตาของสังคม

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า แบงก์ชาติหรือธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ทำให้มีอิสระในการบริหารดอกเบี้ยหรือการขึ้นเงิน ปรับเงินเฟ้อในตลาดเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลมาตั้งแต่รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยออกมากล่าวโจมตีหรืออ้อนวอน ผู้ว่าแบงก์ชาติถึงการลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน รวมถึงคัดค้านเรือธงอย่างโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายเศรษฐา จนมาถึงรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ ผู้ว่า คนปัจจุบันคือดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนที่ 26 ออกมาบอกว่า ไม่เห็นด้วย

แต่ในไม่กี่วันมานี้ หลังจากที่ มีมติจะหาประธานแบงก์ชาติคนใหม่ โดยมีให้เสนอได้  คือฝ่ายรัฐบาล 1ราย คือนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนฝ่ายแบงค์ชาติ ได้แก่ นายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวง พลังงาน และนายสุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ซึ่งเป็นที่ข้อครหาของสังคมเนื่องจาก มีหลายกระแสข่าวออกมาว่า นายกิตติรัตน์ จะได้เป็นประธาน คณะกรรมการแบงก์ชาติ เสียงในคณะสรรหาบอร์ดแบงก์ชาติ ก็มีการแตกออกเป็น 3 ฟาก ทั้งฝั่งสนับสนุน ไม่สนับสนุน และงดออกเสียง รวมถึงยังมีกลุ่มม็อบออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยให้นายกิตติรัตน์เป็นผู้สมัคร และจดหมายเปิดผนึกจากสมาชิกในแบงก์ชาติ ที่มีทั้งอดีตผู้บริหารระดับสูงต่างๆออกมา คัดค้านการเลือกประธาน ทั้งนี้ นายกิตติรัตน์ เคยออกมาพูดในสมัยที่ตัวเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ช่วงปี 2554-2555 ว่าเคยมีความคิดปลดผู้ว่าแบงก์ชาติในสมัยนั้นออก ซึ่ง ความวุ่นวายทั้งหมดนี้ทำให้ต้องเลื่อนการเลือกประธานออก ไปอีก 1 สัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อคณะการเลือกมีการตรวจเอกสารให้ครบถ้วนเพราะเอกสารพึ่งส่งมา

หลายๆ คุณควรหวั่นเกรงว่า หากประธาน กรรมการแบงก์ชาติ เป็นคนจากรัฐบาล จะทำให้มีการแทรกแซงอำนาจในการเลือกผู้ว่า แบงก์ชาติในปีหน้า รวมไปถึงจะมีคำสั่ง ให้ปลดผู้ว่าแบงก์ชาติ ซึ่ง ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก
การเลือก ผู้ว่าแบงก์ชาตินั้น จะต้องผ่านคณะกรรมการ หลายคณะตามที่ระบุไว้ใน พระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ซึ่งไม่ได้มีประธานเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกใครเป็นผู้ว่าแบงค์ชาติ

ส่วนเรื่องที่ ประธานแบงก์ชาติสามารถปลดผู้ว่าแบงก์ชาติได้นั้น ก็ไม่เป็นความจริง ในพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ระบุไว้ว่า ผู้ว่าแบงก์ชาติ จะพ้นตำแหน่งก็เมื่อดำรงตำแหน่งครบวาระ 5 ปี เสียชีวิตลาออกหรือขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด หรือเงื่อนไขพิเศษ คือคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้ปลด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือประธานกรรมการ แบงก์ชาติ ก็ไม่ได้มีอำนาจตัดขาดในการปลดผู้ว่าแบงค์ชาติลงได้