닫기

สกู๊ปประกันสังคม

"ประกันสังคม" ประกันตน หรือ ประกันใคร



มหากาพย์ "ประกันสังคม" ขุดกันไปโต้กันมาไม่จบสักที โดยแรกเริ่มเดิมทีเรื่องนี้ถูกขุดโดย นางสาวรัชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯ ที่ได้โพสต์ข้อความผ่าน facebook ประเด็นงบประมาณของสำนักงานประกันสังคมหลังจากที่ กมธ.จัดงาน hackงบประกันสังคม ว่า การบริหารจัดการงบประกันสังคมมีบางส่วนที่เป็นหลุมดำ ทั้งการจัดซื้อแบบเจาะจงและการแข่งขันราคาที่ไม่โปร่งใสจำนวนมาก และจากการตรวจสอบพบว่าทริปดูงานทริปหนึ่งของประกันสังคม 6 วัน 5 คืน ใช้งบไป 2.2 ล้าน สำหรับ 10 คน ค่าบัตรโดยสารการเบิก first class 160,000 บาทจำนวน 2 คน ทั้งที่ราคาตลาดต่างกันเกือบ 60,000 บาท และค่าที่พัก 16,000 บาทต่อวันต่อคืน พร้อมตั้งคำถามว่าจำเป็นไหมต้องใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขนาดนี้ รวมถึงถ้าพาหนะในการเดินทางต่างประเทศ 35,000 บาทต่อคน และตั้งคำถามอีกว่าไปดูงานทำไมไม่ใช้วิธีเหมารถ

รวมถึงยังมีกรณีปฏิทินประกันสังคมปี 67 ที่ใช้งบประมาณ 55 ล้านและงบประมาณในการจัดทำปฏิทิน 8 ปีย้อนหลังไม่น้อยกว่า 450 ล้านบาท

จากกรณีดังกล่าวนี้ทำให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ต้องออกมาโต้ว่าการเดินทางไปดูงานนั้นยึดตามหลักปฏิบัติของแต่ละกระทรวงที่มีอยู่ มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งการที่จะเอาเรื่องหยุมหยิมพวกนี้มาโจมตีผ่านสื่อ ก็ไม่ได้เดือดร้อนหรือกังวลเพราะสามารถอธิบายได้ ส่วนเรื่องการทำประตูที่นั้นยืนยันว่าประกันสังคมมีมาตรการในการใช้งบประมาณอย่างประหยัด


ทางด้านรัชนก ออกมาโต้กลับหลังรัฐมนตรีบอกว่าสิ่งที่สื่อสารก่อนหน้านี้เป็นเรื่องเล็ก และโฆษกแรงงานบอกว่าพูดไม่หมด พร้อมบอกว่าวอรูมสู้รัชนกของสำนักงานก็เตรียมตอบผู้ประกันตนให้ชัดเจนก็แล้วกัน รากฐานโครงสร้าง ปัญหาเรื้อรังที่ทำให้กองทุนประกันสังคมทำงานได้แค่ 'ตามระเบียบ ตามกฎหมาย' แต่บริหารเงินแบบไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ประกันตนได้และสุดท้ายกองทุนจะเจ๊ง พร้อมร่ายยาวถึง 3 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมโดยทิ้งท้ายว่า ผู้ประกันตนทุกท่านต้องทราบเอาไว้ว่าเงินที่เราประหยัดได้ 1 ล้านบาท จากโครงการที่บอกว่าหยุมหยิม ถ้าเอาไปลงทุนผลตอบแทน 5% ต่อปี ผ่านไป 30 ปีจะกลายเป็น 4.32 ล้านบาท คิดดูว่าถ้าประหยัดได้ 100 ล้าน 1,000 ล้าน จะเป็นเงินมหาศาลขนาดไหน

และเมื่อพูดถึงกรณีประกันสังคมหลายคนโยงไปถึงกรณีที่ผู้ป่วยคนหนึ่งใช้สิทธิ์บัตรทองในการทำฟันปลอม แต่ใครจะคิดว่าคิวทำฟันปลอมในโรงพยาบาลรัฐต้องรอนานถึง 8 ปี แต่ล่าสุดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ผู้ป่วยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลปากเกร็ด เนื่องจากสภาวะในช่องปากจำเป็นต้องได้รับการใส่ฟัน และบอกว่าอาจมีการสื่อสารคลาดเคลื่อน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆกรณีที่เกิดขึ้นและเชื่อมโยงกับประกันสังคมที่หลายๆคนต้องจ่ายทุกเดือน จนหลายคนต้องออกมาแสดงความคิดเห็นอยากให้ยกเลิกประกันสังคมและขอเงินคืนแทน บ้างก็บอกว่าทำฟันปีละ 900 บาท ขูดหินปูนปีไหนจะเสร็จ บางก็ comment บอกว่าไม่ได้รับปฏิทินของประกันสังคม รวมถึงสอบถามถึงการเปลี่ยนแปลงสวัสดิการผู้ประกันตนให้มีความหลากหลายเทียบเท่าบัตรทอง

อย่างไรก็ตามเรื่องของสิทธิ์ประกันสังคมที่ผู้ประกันตนจ่ายทุกเดือน และติดที่ได้รับ หลายคนมองว่าไม่สอดคล้องกัน และเรื่องนี้เป็นที่น่าศรัทธาว่าจะถูกยึดยกไปพูดถึงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะถึงในเร็วๆ นี้หรือไม่