"ปณิธาน" ชี้ทางออกความขัดแย้งไทย-กัมพูชา แนะใช้แรงกดดันจากจีน-สหรัฐ สยบสงครามชายแดน
โพสต์เมื่อ : 14 ต.ค 2568 เวลา 10:23 น.
"ปณิธาน" ชี้ทางออกความขัดแย้งไทย-กัมพูชา แนะใช้แรงกดดันจากจีน-สหรัฐ สยบสงครามชายแดน
วันที่ 14 ต.ค.68 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้ให้มุมมองที่น่าจับตาต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบันย้ำจีนไม่ทิ้งกัมพูชา แต่ไทยควรใช้โอกาสกดดันผ่านความสัมพันธ์
รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า แม้จีนยังคงยืนหยัดสนับสนุนกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แต่ไทยสามารถใช้ความสัมพันธ์อันดีกับจีน เพื่อกดดันให้กัมพูชายุติการใช้กำลังกับไทย พร้อมแนะให้ภาครัฐเปิดความร่วมมือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก เพื่อเอาผิดกัมพูชาฐานสนับสนุนอาชญากรรมข้ามชาติและเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ
“ถ้าเราตัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจที่มาจากกิจกรรมสีเทา กัมพูชาจะไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการเผชิญหน้ากับไทย” รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว
รศ.ดร.ปณิธาน ยังกล่าวถึงลักษณะสงครามในปัจจุบันว่าเป็น “สงครามผสม” โดยมีทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และโลกออนไลน์เข้าร่วม ซึ่งต้องบริหารจัดการภายใต้กรอบกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ พร้อมเตือนว่าการใช้พลเรือนในแนวหน้า แม้จะสร้างพลังได้ แต่หากไม่มีระบบควบคุมจะย้อนศรกลับมาทำให้รัฐเสียหาย
รศ.ดร.ปณิธาน ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้กัมพูชามีการส่งโดรนรุกล้ำน่านฟ้าไทยมากถึงวันละ 30–100 เที่ยว โดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากบางประเทศในอาเซียน และได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากจีน รัสเซีย และชาติพันธมิตรอย่างเป็นระบบ
“สงครามครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกยุคทุกสมัยล้วนมีสงคราม แต่ความพิเศษของครั้งนี้คือ เราทุกคนมีส่วนร่วม และต้องเข้าใจปรัชญาของสงครามเพื่อจะได้รับชัยชนะร่วมกัน” รศ.ดร.ปณิธาน กล่าว พร้อมย้ำว่า ประชาชนมีสิทธิร่วมในกระบวนการ แต่ต้องไม่ละเมิดกติกาสากล โดยเฉพาะในพื้นที่ภายใต้กฎอัยการศึก
รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า กัมพูชาได้เตรียมการด้านการทหารมานานกว่า 5 ปี โดยร่วมมือกับจีนและรัสเซีย ทั้งในด้านงบประมาณ การพัฒนาศักยภาพ และการตั้งกองทัพอากาศ รวมถึงการขยายขีดความสามารถทางทะเล ซึ่งปัจจุบันส่งผลให้กัมพูชาสามารถยึดพื้นที่แนวชายแดนไทยบางส่วนได้
“ไม่มีประเทศใดในอาเซียนวางกำลังล่อแหลมเช่นนี้ ถือว่าขัดกับหลักการของอาเซียนเอง”
รศ.ดร.ปณิธาน เสนอว่า ไทยควรขยายผลจากการจับแก๊งสแกมเมอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา โดยนำประเด็นนี้ไปสู่เวทีโลก เช่น สหรัฐฯ ที่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกัมพูชาแล้ว และเริ่มมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งหากไทยเข้าร่วมจะช่วยยุติช่องทางสนับสนุนด้านการเงินให้กัมพูชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามถึงอาวุธจากจีนที่ถูกใช้โดยกัมพูชาในพื้นที่ปะทะ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า อาวุธเหล่านี้ทำให้คนไทยเสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นผลกระทบที่จีนต้องรับผิดชอบ แม้จะอ้างว่าเป็นอาวุธเพื่อป้องกันประเทศ แต่ในทางปฏิบัติกลับสร้างความเสียหายให้กับไทยอย่างชัดเจน
“เราหวังว่าจีนจะไม่เข้ามาในบ้านเราโดยไร้การควบคุม ประเทศไทยต้องวางเกมอย่างชาญฉลาด”
รศ.ดร.ปณิธาน ปิดท้ายว่า ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องเข้าสู่ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยต้องไม่ยึดติดกับข้อตกลงเดิมที่ล้มเหลวมานานกว่า 75 ปี พร้อมเสนอให้รัฐบาลบูรณาการกับภาคประชาชนและนานาชาติอย่างเข้มแข็ง เพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว
z-z1603487247937.jpg)