닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก4

"บิ๊กกุ้ง" ยัน สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตคือภูมิใจที่ได้แผ่นดินคืน หลัง รำลึกศึกชายแดน ชี้ อีกฝ่ายล้ำเขตไม่ให้เกียรติไทย ลั่น ดีที่กัมพูชาเจอกัน เพราะสมน้ำสมเนื้อ



วันที่ 6 พ.ย. 68 ที่สโมสรทหารบก พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เข้าร่วมการจัดแสดงนิทรรศการ และเสวนาให้ความรู้แก่นักศึกษาวิชาทหาร เนื่องในวันที่ระลึกทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1 ในหัวข้อเรื่อง "เกียรติภูมิของทหารไทย" จัดโดยองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) 

โดย พล.ท.บุญสิน กล่าวช่วงหนึ่งตอนเสวนาว่า ยอมรับว่าตนไม่เคยคิดมาก่อนเลยกับการรบของไทยและกัมพูชาในครั้งนี้ เพราะถือเป็นการรบที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในการบัญชาการสู้รบครั้งใหญ่ของทหารไทย และถือเป็นความโชคดีของตนซึ่งตนรู้สึกดีใจมากที่ได้ทำหน้าที่ตรงนั้น เพราะตนเรียนด้านนี้มาโดยเฉพาะ 

“ถือเป็นความโชคดีของฝั่งกัมพูชาที่เจอตน ที่เป็นคู่ปรับแบบสมน้ำสมเนื้อ“ พล.ท.บุญสิน กล่าว

พล.ท.บุญสิน กล่าวต่อว่า ซึ่งเราได้มีการคาดการณ์สถานการณ์โดยที่ไม่ประมาท ที่ผ่านมาในพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ที่มีการก่อกวนมาโดยตลอด และตนขอสดุดีวีรกรรมของ 16 วีรชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งขณะนี้แม้เกษียณอายุราชการแล้ว แต่ตนก็ยังทำหน้าที่อยู่” 

ส่วนในการพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนนั้นก็มีความรักศรัทธาในสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ มีแค่นี้และไม่ได้ทำอย่างอื่น และขอฝากไปยังเยาวชนรุ่นใหม่สร้างความเข้มแข็งให้กับชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ของเราให้มากกว่าเดิมสีธงชาติ มันเข้มด้วยมือของเราเหมือนกับที่ทุกคนทำเพื่อศักดิ์ศรีของคนไทย

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ก่อนช่วงการปะทะกัน ระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาว่า ด้วยความที่ตนเป็นผู้บัญชาการทหารในพื้นที่ต้องมีการศึกษาพฤติกรรมและสันดาน ของอีกฝ่ายว่าเป็นอย่างไรโดยไม่ประมาท และเราต้องรู้ทันเพราะเขาทำเพื่อประโยชน์ของเขาเช่นกัน แต่การทำเพื่อประโยชน์ของเขานั้นมันอาจจะไม่มีคุณธรรมจริยธรรมอยู่ในพฤติกรรมนั้นเลย จึงออกมาเป็นลักษณะยั่วยุ ล้ำเขตแดน แล้วอยู่อยู่ก็ไปเผาศาลานำกองกำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของเรา 150 เมตร ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติทหารอีกฝั่งหนึ่งเลย 

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า หมายความว่าอีกฝั่งหนึ่งพยายามทำบางอย่างอยู่บันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 2543 และ 2544 ระหว่างไทย-กัมพูชา ก็บอกอยู่ว่าอย่าทำอะไรให้มันเปลี่ยนแปลง และเมื่อเขาไม่ให้เกียรติเรา เราก็ต้องไม่ต้องให้เกียรติเขา โดยทำตามมาตรการตามลำดับ ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก จนเป็นภาพที่ปรากฏ อักทั้ง ฝั่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีก็ได้เพิ่มความเข้มข้นในการปิดด่านและเมื่อพอกระทบกับอีกฝ่ายหนึ่งเขาก็มีการขอเจรจา และถอนกำลัง ออกจากพื้นที่ และพอเมื่อถอน ก็เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ปราสาทตาเมืองทม  ตามที่เป็นข่าว ยอมรับว่าตนก็อยากจะดำเนินการถึงระดับ 10 อยู่เหมือนกัน แต่ว่าประเทศเราถูกจับตามองจากประชาคมโลกและอาจถูกมองว่าเป็นฝ่ายรังแกอีกฝั่งก็ได้

เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าปราสาทตาควายคงจะต้องรอรุ่นต่อไปดำเนินการใช่หรือไม่ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ต้องรอสายโลหิต หมดยุคนี้แล้วต้องรอ ว่าคนรุ่นใหม่ที่ยอมรับว่าปราสาทตาควายไม่ใช่ของกัมพูชาแต่เป็นของไทย เพราะฉะนั้นใครเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งมีหลายวิธีจากเบาไปหาหนัก 

“สิ่งที่ตนภูมิใจที่สุดในชีวิตคือภูมิใจที่ได้แผ่นดินคืน ย้ำว่ารับราชการมาเพื่อรอวันนี้ ในตอนเกิดสถานการณ์ชายแดนเราคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะเอาแผ่นดินคืน แม้จะมีการหยุดยิงแต่ตนก็อยากได้คืนอยู่ แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย เช่น มีการเจรจา มีประเทศมหาอำนาจมาเข้าเกี่ยวในการพูดคุย เราก็ต้องชะลอไว้ก่อน เพราะถ้าหากเราปะทะจะถือว่าเราเป็นการขัดข้อตกลง ” พลโท บุญสิน กล่าว