"นิกร" มั่นใจ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญพร้อมเลือกตั้งได้
โพสต์เมื่อ : 10 ธ.ค 2568 เวลา 5:23 น.
"นิกร" มั่นใจ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญพร้อมเลือกตั้งได้ เหตุ "ภราดร" ยื่นญัตติออกคำถามประชามติครั้งที่ 1 แล้ว มองยังต้องคุยเพิ่ม แม้วาระ 2 สส.อาจชนะ สว. แต่วาระ 3 ยังล่อแหลม
วันที่ 10 ธ.ค. 68 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง ในฐานะเลขานุการกรรมการร่วมกันเพื่อพิจารณาประชามติ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 วันนี้ ว่า ตนมองว่าไม่จำเป็นต้องเปิดวิสามัญก็ทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งได้ทัน แต่การเปิดประชุมวิสามัญวันนี้อาจเป็นเพราะทำตามข้อตกลง MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่กำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่มีการแสดงเจตนารมณ์ว่าจะดำเนินการ
นายนิกร ยังกล่าวต่อว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียื่นญัตติเพื่อตั้งคำถามที่ 1 ซึ่งเรื่องนี้ตนพูดมาก่อน 2 เดือนแล้วว่าสามารถทำได้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองก็ได้ระบุไว้ชัดเจน ว่าคำถามการทำประชามติต้องออกโดยรัฐสภาเท่านั้น ฉะนั้นการดำเนินการที่มีการใช้พ.ร.บ. ประชามติซึ่งมีการนำเสนอกันอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ เพราะหากทำจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
การที่รัฐบาลจะยื่นญัตติเป็นการแสดงท่าทีว่ามีการดำเนินการตั้งคำถาม ซึ่งญัตติดังกล่าวรัฐสภาสามารถพิจารณาได้ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม โดยประธานจะต้องใช้อำนาจว่าเป็นกรณีที่เกี่ยวเนื่อง หรือสามารถเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าวก่อนหรือหลังที่จะมีการพิจารณาวาระ 3 ก็ได้
ทั้งนี้เมื่อสภามีมติในเรื่องคำถามประชามติแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะพุ่งตรงไปที่คณะรัฐมนตรี ต้องไปออกแล้ว ครม.จะต้องไปออกกฤษฎีกา ทำประชามติไม่น้อยกว่า 60 วันและไม่มากกว่า 150 วัน ซึ่งจะลงวันที่ 29 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งได้เลยหากมีการยุบสภาตาม MOA
" ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นไม่ว่าคำถามที่ 2 จะผ่านการพิจารณาหรือไม่หวังว่าอย่างน้อยเราจะได้คำถามที่ 1 และเลือกตั้ง เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญที่ค่าใช้จ่ายหากเลือกตั้งค่าใช้จ่ายประมาณ 6 พันล้านบาท และทำประชามติอีก 4 พันล้านบาท ถ้าทำกันคนละครั้งจะกลายเป็นหมื่นล้าน แต่ถ้าทำพร้อมกันจะลดค่าใช้จ่ายลง 4-5 พันล้านบาท ประชาชนก็ไม่จำเป็นต้องออกไปลงคะแนน 2 ครั้ง ซึ่งการประหยัดจะเกิดขึ้นได้มาก เรื่องรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องสำคัญแต่เรื่องงบประมาณก็สำคัญเช่นกัน ก็คิดว่าน่าจะดำเนินการไปตามนี้ " นายนิกรกล่าว
นายนิกร ยังกล่าวต่อว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 นี้ ตนเห็นว่ายังมีปัญหาอยู่บ้างในบางมาตราโดยเฉพาะประเด็นที่ยังเห็นแย้งกันอยู่กับกรรมาธิการของวุฒิสภา ซึ่งการพิจารณาต้องใช้เสียงข้างมากเพราะฉะนั้นวุฒิสภาจะไม่ชนะฝั่ง สส. ถ้าสู้กันฝั่ง สว. ไม่ชนะ แต่เมื่อเข้าสู่วาระ 3 จะต้องใช้เสียง 1 ใน 3 ของ สว. ดังนั้นยังมีความล่อแหลมอยู่มากจึงคิดว่าต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งตนเข้าใจทั้งสองฝ่ายหากพูดคุยกันได้ ก็น่าจะมีทางออกที่ดี เพราะโต้แย้งกันไปก็ไม่มีผลอะไร
z-z1603487247937.jpg)