"นฤมล" ลั่น พร้อมค้านสินค้านำเข้า หากกระทบเกษตกรไทย
"นฤมล" ลั่น พร้อมค้านสินค้านำเข้า หากกระทบเกษตกรไทย หวัง พัฒนาชลประทาน ครอบคลุม 100% วอน เกษตกรเข้าใจ กษ.ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จควบคุมพืช ศก.ทั้งหมด รับ ผลงานไม่เข้าตา ติดรั้งท้ายโพลผลงาน รบ. 6 เดือน
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2568 ที่วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย รับฟังปัญหา และมอบนโยบายแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสินค้าเกษตรให้กับเกษตกรชาวหนองคาย
นางนฤมล กล่าวถึงโครงการการสร้างประตูระบายน้ำ ของกรมชลประทาน ว่า กว่าจะได้มาซึ่งโครงการทั้งหลายต้องต่อสู้กันหลายชั้น และนอกจากประชาชนแล้ว ก็อยากให้ สส. ในสภาฯ เข้าใจ อยากให้รัฐมนตรีเข้าใจ ว่าทำไมงบประมาณของกรมชลประทานถึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอีสาน ที่มีพื้นที่ชลประทานไม่ครอบคลุม โดยภาคอีสานมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 64 ล้านไร่จาก 170 กว่าล้านไร่ทั่วประเทศ แต่ภาคอีสานมีพื้นที่กรมชลประทานเข้าถึงน้อยกว่า 10% แต่ในจังหวัดหนองคายและจังหวัดอุดรธานีมีพื้นที่ชลประทาน 27% แม้จะเหมือนเยอะแต่เราอยากให้ครอบคลุมครบ 100% ในที่สุด
นอกจากนี้ เรายังมีเรื่องโฉนดเพื่อการเกษตร ตนมีการสานต่อจากที่ ร.อ.ธรรมนัส ทำเอาไว้ โดยต้นปีที่แล้วมีการแจกใปกว่า 2 ล้านไร่ ซึ่งหากมีอุปสรรคส่วนไหนเราจะลงไปช่วยแก้ในระดับนโยบาย ส่วนในพื้นที่จังหวัดหนองคายใครลงทะเบียนไปแล้วแต่ยังไม่ได้ให้อดใจรออีกนิดภายในปีนี้เราจะแจกให้ครบ นอกจากนี้ยังมีโฉนดต้นไม้ เพื่อต่อยอดมูลค่าของทรัพย์สินที่ประชาชนมี โดยเรามีเอกสารสิทธิ์ให้เข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรแล้ว และยังมีทรัพย์สินบนพื้นดินจากต้นไม้ที่เกษตกรปลูกไว้
"กระทรวงเกษตรฯ เรามีชื่อเต็มว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเบื้องต้นที่มีการก่อตั้งมาให้ทำ 2 เรื่อง คือ เรื่องการเกษตรและเอาสหกรณ์เข้ามาทำให้ภาคการเกษตรเข้มแข็ง"
ทั้งนี้ นางนฤมล ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า แต่ละกรมในกระทรวงเกษตรเกิดขึ้นโดยในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง ฉะนั้นพวกเราตระหนักเป็นอย่างดีในฐานะที่เป็นข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ว่าเรามีหน้าที่อยู่ 2 เรื่อง คือ ทำงานถวายพระองค์ท่าน เพราะในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็ทรงสืบสานต่อยอดงานที่เสด็จพ่อได้ทำไว้ กรมต่างๆ ของเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน น้ำ หม่อนไหม หรือฝนหลวง และอื่นๆ เราทำงานถวายพระองค์ท่าน และภารกิจที่ 2 คือดูแลเกษตรกรของพระราชา พวกเราเป็นเกษตรกรของพระราชา ต้องภูมิใจใครไม่เข้าใจว่าเรทลำบากอย่างไร แต่กระทรวงเกษตรฯ เข้าใจ ในหลวงเคยเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมพวกเราอย่างไร ผู้บริหารกระทรวงเกษตรก็ต้องเดินลงพื้นที่ในลักษณะเดียวกัน เราทำงานในกรุงเทพฯ อย่างเดียวไม่ได้ เราทำงานในห้องแอร์อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมารับฟังปัญหา มารู้ข้อมูลเองในพื้นที่ เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างถูกต้อง ตนขอฝากผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ทุกคน ช่วยดูแลเกษตรกรของพระราชา ใครจะไปเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ต่อรองเอาผลประโยชน์แบบใด อย่างไร ถ้ากระทบกับพี่น้องเกษตรกร กระทรวงเกษตรฯ ไม่ยอม หากจะให้นำเข้าสินค้าเกษตรเข้ามาแล้วทำให้สินค้าเกษตรไทยราคาตกต่ำ เกษตรกรค้าขายไม่ได้ รายได้ลดลง กระทรวงเกษตรจะต่อต้านและไม่ยอม รวมถึงเรื่องของโคนมพวกเราจะดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไม่ปล่อยให้การค้าระหว่างประเทศ ที่เมื่อไปเจรจาการค้าต้องเกินดุล ตนอยากถามว่าเราให้ดุลการค้าระหว่างประเทศที่สินค้ากลุ่มไหน เมื่อไปกางดูแต่ละประเทศที่เราไปให้เกินดุลเขา คือ ชิ้นส่วนยานยนต์ รถยนตร์ ซึ่งเจ้าของคือประเทศญี่ปุ่น เราไม่ได้มีปัญหากับประเทศญี่ปุ่น แต่เจ้าของไม่ใช่คนไทย แต่เวลาเจรจากลับเอาสินค้าไทยไปแลก ไปวัดถาษี ให้เขานำสินค้าเข้ามากระทบกับประชาชนในประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรไม่ยอม และจะคัดค้านจนถึงที่สุด
จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า แม้พรรรคกล้าธรรม จะเกิดขึ้นไม่นาน แต่พร้อมยึด 3 เสาหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ประเทศจะขาดเสาหลักใดเสาหลักหนึ่งไม่ได้ ประเทศใดก็ตามจะขยายความเป็นมหาอำนาจได้ จะต้องเน้นเรื่องพาณิชย์และเกษตรกรรม โดยตลาดต้องนำ หากไม่มีตลาดปลูกอะไร เลี้ยงอะไร ก็จะก่อให้เกิดหนี้ พร้อมย้ำว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จำเป็นที่จะต้องรักษาไว้
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ในจำนวน 6 อำเภอจาก 9 อำเภอ ของจังหวัดหนองคาย มีการทำระบบชลประทานแล้ว การแก้ปัญหาเรื่องน้ำไม่ใช่เรื่องยากมันอยู่ที่การจัดสรรงบประมาณ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือภาคการเกษตรที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อทุกภาคส่วนของประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังแนะนำชาวบ้านอย่าเอาข้าวพันธุ์ต่างชาติมาปลูก เพราะมันป้อม ต้องเอาข้าวเม็ดยาวๆ กลิ่นหอม เนื้อนุ่มๆ มาปลูกแทน โดยเมื่อวานไปลงพื้นที่บึงกาฬ วันนี้มาหนองคายพวกตนในฐานะลูกพรรคของท่านหัวหน้า จะมาฟังปัญหาของชาวบ้าน ให้สอบถาม เพื่อจดไว้ หากอันไหนเป็นประเด็นสำคัญก็จะตั้งกระทู้ถาม ให้ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ไปหารือในสภาฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะบันทึกในสภาฯ และประธานสภาฯ จะทำบันทึกถึงรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต่อไป
“กระทรวงเกษตรได้รับงบประมาณ 125,000 ล้านบาท เฉลี่ยเกษตรกรได้หัวละ 3,000 บาทต่อคน จึงไม่เพียงพอ จึงฝาก สส. หากเป็นกรรมาธิการในงบประมาณต้องดูแลกระทรวงเกษตรให้ดี หากมีงบฯ เกี่ยวกับกระทรวงเกษตรฯ อย่าให้มีการตัดงบประมาณเพราะสงสารชาวบ้าน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
จากนั้น นางนฤมล ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาติดตามโครงการที่ได้ดำเนินการเอาไว้ อย่างเช่นเรื่องน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับพี่น้องชาวภาคอีสาน โดยเฉพาะที่จังหวัดหนองคายที่มีพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก รวมไปถึงงบประมาณต่างๆ ที่จะต้องผ่านมติของที่ประชุมสภาฯ รวมไปถึงการดูแลพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำลังเดินหน้าจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการผลิตข้าวด้วยตนเอง และให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชนแล้วทั้งสิ้น 4,985 แห่ง และในปี 68 จะสามารถมีศูนย์ข้าวชุมชนได้ประมาณ 7,000 แห่ง และปี 69 จะจัดตั้งได้เพิ่มอีก 500 แห่ง ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องการดำเนินการได้มากกว่านี้ แต่ก็เข้าใจในเรื่องข้อจำกัดของงบประมาณ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ศูนย์ข้าวชุมชนจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพี่น้องชาวนา เพราะจะทำให้เกิดพันธุ์ข้าวที่ดีเหมาะสมกับพื้นที่
เมื่อถามถึงกรณีที่นอร์ทกรุงเทพโพล แสดงผลสำรวจความคิดเห็นกระทรวงที่มี “ผลงานโดดเด่น”มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตร์และสหกรณ์อยู่ในอันดับรั้งท้าย นางนฤมล ระบุว่า ถือเป็นการสะท้อนการทำงานที่เราจะต้องนำมาปรับ ซึ่งเราได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องและจะทำต่อไป เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากยิ่งขึ้น เพราะบางเรื่องประชาชนเข้าใจว่าเบ็ดเสร็จที่กระทรวงเกษตรฯ แต่ที่จริงเกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่นๆที่เราไม่มีอำนาจในการดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ราคา ต้นทุน “เรามาเดินสายทำความเข้าใจกับประชาชนชาวเกษตรกรก็ทำให้เขาเข้าใจเรามากยิ่งขึ้น” พืชเศรษฐกิจที่เรามีอำนาจเบ็ดเสร็จมีเพียงแค่เฉพาะเรื่องของยางพารา อ้อยเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม ปาล์มน้ำมันอยู่ในส่วนของกระทรวงพลังงาน และมันสำปะหลังกับข้าวที่มีคณะกรรมการนโยบายอยู่นั้นก็มีกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดูแล อันที่จริงเราก็อยากจะดูแลให้ครอบคลุมทั้งหมด
“ถึงแม้เราจะไม่ได้ดูแลเบ็ดเสร็จแต่ก็มีการประสานข้อมูลชี้แจงให้กระทรวงที่รับผิดชอบได้รับทราบถึงผลกระทบต่อเกษตรกรหากทำอะไรไป ไม่อยากให้มองแค่กลางน้ำกับปล่ยน้ำ อยากให้มองที่ต้นน้ำอยากเกษตรกรด้วย ยืนยันไม่เสียกำลังใจ และพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ให้เกษตรกรต่อไป”
z-z1603487247937.jpg)