"ทิวากร-ไทยสร้างไทย" เสนอรัฐปฏิรูปโครงสร้างราคาอ้อยปี 68/69 เร่งคลอดระเบียบจัดเก็บรายได้ผลพลอยได้เข้ากองทุนฯ
โพสต์เมื่อ : 17 ก.พ 2569 เวลา 6:48 น.
"ทิวากร-ไทยสร้างไทย" เสนอรัฐปฏิรูปโครงสร้างราคาอ้อยปี 68/69 เร่งคลอดระเบียบจัดเก็บรายได้ผลพลอยได้เข้ากองทุนฯ หวังสร้างความเป็นธรรมและแก้ปัญหาความล่าช้าเงินสนับสนุนเกษตรกร
เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 นายทิวากร สุระชน รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตของชาวไร่อ้อยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 เพียง 890 บาทต่อตัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำจนน่าตกใจและสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ของเกษตรกรหายไปมหาศาลคือ การดึงเรื่องความล่าช้าในการออกกฎหมายลูกเพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 ที่ระบุชัดเจนว่า กากอ้อยคือผลพลอยได้ที่ต้องนำมาแบ่งปันผลประโยชน์ในระบบ 70:30 แต่จนถึงปัจจุบันเงินกว่า 30,000 ล้านบาทจากกากอ้อยและโรงไฟฟ้าชีวมวลกลับยังคง ค้างท่อไม่ถึงมือชาวไร่ เพราะกลุ่มทุนโรงงานน้ำตาลยังคงใช้ช่องว่างทางกฎหมาย อ้างนิยามเดิมเมื่อ 40 ปีก่อนว่าชานอ้อยเป็นขยะ ทั้งที่ในความเป็นจริงมันคือ เชื้อเพลิงมูลค่าสูงที่สร้างกำไรมหาศาลผ่านกลเกมบริษัทลูกและการทำ Transfer Pricing เพื่อผันกำไรออกนอกระบบการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่แสดงความจริงใจด้วยการเร่งรัดกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ให้ออกระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับในการจัดเก็บรายได้จากกากอ้อยและพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายทันทีในฤดูกาลผลิตนี้ เพื่อนำเงินส่วนต่างดังกล่าวมาเติมเต็มราคาอ้อยที่ตกต่ำให้ขยับสูงขึ้นกว่า 890 บาท โดยรัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้โรงงานน้ำตาลตักตวงผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อของชาวไร่อ้อยที่ต้องแบกรับความเสี่ยง ทั้งภัยแล้งและต้นทุนปุ๋ยเพียงลำพัง
นายทิวากร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รัฐบาลต้องยุติวงจรการรอคอยที่แสนเจ็บปวดด้วยการเร่งรัดการจ่ายเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 จำนวน 120 บาทต่อตัน โดยต้องดำเนินการจ่ายทันทีหลังปิดหีบ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้ามปีงบประมาณจนเกษตรกรต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาสำรองจ่ายค่าแรงไปก่อน ซึ่งหากรัฐบาลยังเพิกเฉยต่อการบังคับใช้กฎหมายกากอ้อยฉบับใหม่นี้ ก็เท่ากับเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มทุนในการทำลายอนาคตของอุตสาหกรรมอ้อยไทยอย่างเลือดเย็น พรรคไทยสร้างไทย ขอยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวไร่อ้อยในการทวงคืนความเป็นธรรมและสิทธิที่ระบุไว้ในกฎหมายอย่างชอบธรรม พรรคจะติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่า มีการยื้อการออกกฎหมายลูกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนรายใหญ่หรือไม่ เพราะเงินทุกบาทจากกากอ้อยและไฟฟ้าชีวมวลคือ สิทธิที่เกษตรกรควรได้รับในฐานะเจ้าของวัตถุดิบต้นทาง รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะจัดการกับโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยวและปิดช่องโหว่ของการผ่องถ่ายกำไรไปยังบริษัทลูกของโรงงานน้ำตาล เพื่อให้ระบบแบ่งปันผลประโยชน์กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ปี 2565 อย่างแท้จริง ก่อนที่เกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศจะต้องล้มละลายทิ้งอาชีพที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนานเพียงเพราะการบริหารจัดการที่ล่าช้าและขาดความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ
z-z1603487247937.jpg)