"ทรัมป์" โทษ GDP หดตัว เป็นผลจากรัฐบาลชุดก่อนทิ้งปัญหาเศรษฐกิจไว้
"ทรัมป์" ประชุมคณะรัฐมนตรีหลังทำงานมาครบ 100 วัน โทษ GDP หดตัว เป็นผลจากรัฐบาลชุดก่อนทิ้งปัญหาเศรษฐกิจไว้ ชื่นชมความสำเร็จด้านนโยบายผู้อพยพและภาษี แม้เศรษฐกิจไตรมาสล่าสุดจะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี หลังออกเดินสายพบประชาชนในโอกาสครบรอบ 100 วันในการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 2 ทรัมป์กล่าวชื่นชมความสำเร็จของนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาล ทั้งการจัดการปัญหาผู้อพยพ และมาตรการภาษี รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่หันมาลงทุนในประเทศ
ท่าทีดังกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ สหรัฐฯ เผยรายงานชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ หดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 2022 จากการบริโภคที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
ทรัมป์กล่าวโทษว่า การหดตัวของจีดีพีระลอกนี้เป็นผลจากการทำงานของรัฐบาลชุดก่อนของโจ ไบเดน โดยจีดีพีสหรัฐฯ ไตรมาสนี้ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.3 ขณะที่การจับจ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดตั้งแต่กลางปี 2023 ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ลดลง ตามนโยบายตัดลดงบประมาณของทรัมป์ ที่ลดการจ้างงานและทำสัญญาต่างๆ ลง
ด้านการค้าระหว่างประเทศ ยอดส่งออกสุทธิปรับลงลดเกือบร้อยละ 5 ซึ่งเป็นยอดรายไตรมาสที่ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่เก็บสถิติมาในปี 1947 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำเข้าที่พุ่งสูงขึ้น จากความกังวลของธุรกิจต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการภาษีที่กระตุ้นการนำเข้าในช่วงสั้นๆ ก่อนการขึ้นภาษีมีผลบังคับใช้ ทำให้ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้นสูงสุดตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2020 หรือช่วงที่โลกเริ่มกลับมาค้าขายอีกครั้งหลังการระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย
เช่นเดียวกับการลงทุนที่โตขึ้นสวนทางกับภาพรวม เนื่องจากภาคเอกชนหลายธุรกิจมีการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น และกักตุนสินค้าในคลังมากขึ้น
แม้ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสนี้จะสะท้อนภาพที่หลากหลาย แต่นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 จีดีพีโตต่อเนื่องร้อยละ 2.4
z-z1603487247937.jpg)