닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ-Recovered00

"ดิเรกฤทธิ์" ชี้ ถ้าป่วยวิกฤตทิพย์ แต่ไม่ได้ป่วยทางสุขภาพจิต-โรคติดต่อ เงื่อนไขรักษาตัวชั้น 14 ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น 



วันที่ 7 พ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันสุจริตไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำกฎหมายให้ทำได้ในกรณีไหน?

เดิมบัญญัติไว้ตาม พรบ. ราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 30 ว่า กรณีผู้ต้องขังป่วยและถ้ายังคงรักษาพยาบาลอยู่ภายในเรือนจำจะไม่ทุเลาดีขึ้น อธิบดีอาจอนุญาตให้ไปรักษาในสถานที่อื่นใดนอกเรือนจำก็ได้ 

ต่อมามีการออก พรบ. ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ยกเลิก พรบ ราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 และบัญญัติให้การส่งตัวผู้ป่วยไปรักษานอกเรือนจำกระทำได้เฉพาะผู้ต้องขังป่วยมีปัญหาสุขภาพจิตและโรคติดต่อไว้เพียงสองกรณี (ม.55 วรรคหนึ่ง) 
เท่ากับอำนาจการอนุญาตให้นำผู้ต้องขังไปรักษาพยาบาลนอกเรือนจำของอธิบดีได้ถูกจำกัดลงไม่อาจอนุญาตให้ส่งผู้ต้องขังไปรักษานอกเรือนจำได้ด้วยเหตุป่วยทั่วไปอีก 

แม้จะมีการออกกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 ไว้ แต่เป็นการออกโดยอาศัย ม. 55 วรรคสอง แห่ง พรบ. ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 จึงไม่อาจกำหนดเพิ่มอำนาจการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาพยาบาลนอกเรือนจำเกินกว่าที่บทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจไว้ การกระทำที่เกินไปจากที่กฎหมายกำหนด ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ส่งผลให้เป็นการถูกคุมขังตาม ม. 55 วรรคสาม

เท่ากับว่าระยะเวลาที่ผู้ต้องขังถูกส่งไปรักษาตัวนอกเรือนจำด้วยเหตุป่วยทั่วไปที่ไม่ใช่การป่วยทางสุขภาพจิตหรือเป็นโรคติดต่อไม่สามารถนำมานับเป็นเวลาต้องขังได้

ดังนั้น ถ้าการป่วยวิกฤตเป็นทิพย์ และไม่ได้ป่วยทางสุขภาพจิตหรือโรคติดต่อ เงื่อนไขการต้องไปรักษาตัวและไปนอนชั้น 14 รพ.ตร.ก็ผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น จึงนับเป็นเวลาและสถานที่ถูกต้องขังในเรือนจำตามคำบังคับของศาลไม่ได้ คุณทักษิณก็ต้องกลับไปจำคุกใหม่ให้ถูกต้องตามคำบังคับของศาลครับ