"ณัฐพงษ์" มั่นใจ ปชน. โหวตทางเดียวกัน ไม่ไว้วางใจ
โพสต์เมื่อ : 26 มี.ค 2568 เวลา 8:16 น.
"ณัฐพงษ์" มั่นใจ ปชน. โหวตทางเดียวกัน ไม่ไว้วางใจ มอง เป็นหน้าที่หัวหน้าพรรคกำกับเสียงฝ่ายค้าน เผย ไม่พอใจการชี้แจงของ รบ. บางช่วง มั่นใจ ทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่กังวลหากโดนเอาคืน
วันที่ 26 มี.ค. 2568 ที่ รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนการลงมติไม่ไหววางใจนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะตนมั่นใจในเพื่อนๆ ทุกคน ว่าอย่างไรก็ต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกัน คือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ก็เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคที่จะต้องไปทำความเข้าใจและกำกับเสียงภายในพรรคของตัวเอง
เมื่อถามว่าภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้เป็นที่น่าพอใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีทั้งพอใจและไม่พอใจ คือ พอใจในการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคและทุกคน แต่ที่อาจจะไม่พอใจคือเรื่องของคำตอบชี้แจงทางฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงท้ายๆ ก่อนจะมีการปิดอภิปรายจะเห็นได้ชัดว่าพวกเรายังมีข้อสงสัย ที่นายกรัฐมนตรีเองก็ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ที่สามารถใช้สิทธิ์ได้ในการแก้ก็กล่าวหาในสภาฯ อย่างเต็มที่
เมื่อถามว่ามั่นใจอะไรในพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะมีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรคอาจยกมือโหวตให้นายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อย่างที่บอกตนมั่นใจในเสียงของพรรคประชาชน ส่วนพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ ก็ต้องเป็นหน้าที่กำกับดูแลของหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค ตนคงไปก้าวก่ายการทำงานของพรรคร่วมอื่นๆ ไม่ได้ เพราะวิธีการทำงานของพรรคฝ่ายค้านกับฝั่งรัฐบาลอาจจะตรงข้ามกัน ในแง่ที่ว่าใครที่เป็นพรรคฝ่ายค้านก็คือไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องมาเป็นฝ่ายค้านทั้งหมด ฉะนั้นการควบคุมเสียงการโหวตของพรรคฝ่ายค้านก็เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค
เปิ้ลถามต่อว่าไม่ได้คุยกันเลยใช่หรือไม่ ในเมื่อทำงานอภิปรายด้วยกันมาตั้ง 2 วัน ทิศทางในวันโหวตก็น่าจะไปในทิศทางเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เผยว่า ที่ผ่านมาก็มีการคุยกันเรื่องเนื้อหาของกรอบญัตติ กรอบระยะเวลา ทิศทางการอภิปรายก็มีการคุยกันในภาพกว้าง ไม่ได้ลงรายละเอียด ส่วนการโหวตตนคิดว่าทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่จะตรวจสอบอย่างไรก็ต้องโหวตไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่ก็อย่างที่บอกว่าตนไม่ได้มีกลไกที่จะไปกำกับเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ได้ ฉะนั้นคงไม่สามารถที่จะตอบชี้แจงแทนคนอื่นได้
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าในการโหวตฝั่งรัฐบาลจะเอาคืนฝ่ายค้านเนื่องจากขณะนี้กำลังประชุมพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากเอาคืนก็ต้องรอดูว่าเขาจะเอาคืนในรูปแบบไหน แต่เราก็ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่กังวลอะไร
เมื่อถามถึงปฏิบัติการโรยเกลือที่จะมีการยื่นต่อ ป.ป.ช. จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อย่างแรกตนคิดว่าในเรื่องของความพยายามการบริหารเพื่อหนีภาษี เรื่องนี้นายกฯ ก็ออกมาชี้แจง หลังจากพวกเรามีการเปิดประเด็นในสภาฯ ตนคิดว่าเรื่องนี้การตอบของนายกฯ ก็ชี้ชัดให้เห็นแล้วว่าเป็นสิ่งที่ต้องควรจ่ายตั้งแต่แรก เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่เปิดเผยข้อมูลจึงยังไม่ยอมจ่าย ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ว่ากรมสรรพากรจะออกมาบอกว่าสามารถทำได้ก็อาจจะเป็นช่องว่างทางกฏหมาย ในด้านหนึ่งแล้วจะมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ส่วนอีกด้านหนึ่งตนคิดว่าคนที่เป็นนักการเมือง ในฐานนะนายกรัฐมนตรีไม่สมควรที่จะใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการหลบเลี่ยงภาษีที่ตัวเองควรจะต้องจ่ายตั้งแต่แรก ส่วนเรื่องโรงแรมที่เขาใหญ่ ซึ่งเมื่อวานก่อนปิดการอภิปรายตนได้มีการตั้งคำถามในส่วนของใบอนุญาต และมีการโต้เถียงกันเรื่องของโฉนดที่ดินกับเรื่องใบอนุญาตการประกอบกิจการ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่จะมีการติดตามต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการพาดพิงนายทักษิณ หลายครั้ง หมอว่านัยยะทางการเมืองหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าสำหรับกรณีชั้น 14 ตนคิดว่าการอภิปรายก็แสดงให้เห็นชัดว่านายกฯ อยู่ในฐานะที่เป็นพยานรู้เห็นตั้งแต่แรก และรู้สถานะของพ่อตั้งแต่แรก ประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ สส.รังสิมันต์ โรม เอาแผนการประเมินที่ยอกว่านายทักษิณได้ 9 คะแนนมากางให้ดู โดยเราก็ตั้งข้อสงสัยว่าอยากจะรู้สถานะตอนนั้นของนายทักษิณ ซึ่งนายกฯ เป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถตอบได้ว่าพ่อป่วยเป็นโรคอะไร ที่ทำให้การประเมินต่ำขนาดนั้น และเราก็เห็นว่าในช่วงไม่กี่วันต่อมานายทักษิณ ก็สามารถออกจากโรงพยาบาล นี่จึงเป็นสิ่งที่เราตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าอยากให้นายกฯ ออกมาตอบชัดๆ ว่าคุณพ่อเป็นโรคอะไรถึงได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่านักโทษคนอื่นๆ ไปอยู่ชั้น 14 ได้
เมื่อถามต่อว่าหากหลังจากนี้นายทักษิณ ออกมาตอบโต้จะกังวลอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ เผยว่า ตนไม่ได้มีความกังวลอะไร ก็รอดูการตอบโต้ของเขาดีกว่าว่าจะตอบโต้มาอย่างไร
สำหรับกรณีที่มีการพูดถึงดิวแลกปีศาจ ในที่นี้หมายถึงอะไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า สำหรับตนหากจะให้ตอบชัดที่สุด ด้วยประโยคที่สั้นที่สุด คำว่าปีศาจสำหรับประเทศนี้ คือ บรรดากลุ่มชนชั้นนำในสังคมที่เอารัดเอาเปรียบคนในสังคมอยู่ ใช้อำนาจของตัวเองเพื่ออิงแอบทุน อิงแอบกลุ่มผลประโยชน์พวกพ้องของตัวเองโดยไม่สนใจประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
ส่วนกรณีที่มีการเปรียบเทียบการอภิปรายของพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ก่อนหน้านี้ในส่วนของความเข้มข้นของเนื้อหานั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีเนื้อหาหลายๆ อย่างที่ตนคิดว่าเป็นเนื้อหาใหม่และเป็นเนื้อหาที่ดี เช่น การปฏิบัติการ IO ที่โดนทักท้วงทำให้ สส.ไม่สามารถนำเสนอได้อย่างรอบด้าน ครั้งนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่กองทัพเองมองเห็นนักการเมืองทุกๆ กลุ่มเป็นถัยความมั่นคงของประเทศ ไม่เฉพาะพรรคประชาชนที่โดนข้อกล่าวหานี้มาตลอด ซึ่งเรายืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ใช่ และแม้แต่รัฐบาลเองก็จัดอยู่ในกลุ่มภัยความมั่นคงของกองทัพเช่นเดียวกัน เรื่องนี้เป็นข้อมูลใหม่ที่ตนเชื่อว่าในอดีตยังไม่เคยเปิดเผย และเป็นสิ่งที่เราอยากเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปกองทัพ แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้
z-z1603487247937.jpg)