닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---5

"ณัฐพงศ์" ย้ำฝ่ายค้านต้องเข้มแข็ง – ไม่กังวลเกมการเมือง มุ่งตรวจสอบรัฐบาลเต็มที่ในกรอบ 4 เดือน



วันที่ 20 ก.ย. 68 ที่ โรงแรมรอยัลริเวอร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงบทบาทและทิศทางของฝ่ายค้านในช่วงเปลี่ยนผ่านของรัฐบาลชุดใหม่ โดยระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านมีหน้าที่สำคัญในการอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละคน รวมถึงตรวจสอบนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องแถลงต่อรัฐสภาภายในกรอบระยะเวลา 4 เดือนตามที่กำหนดไว้

ในการแบ่งเวลาอภิปรายร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ซึ่งไม่ได้ร่วมรัฐบาลและถือเป็นฝ่ายค้านในปัจจุบัน นายณัฐพงศ์ ยืนยันว่า ทั้งสองพรรคสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติ โดยภายในวิปฝ่ายค้านได้มีการหารือเรื่องการแบ่งเวลาเรียบร้อยแล้ว ส่วนเนื้อหาของการอภิปรายนั้น แต่ละพรรคจะจัดเตรียมและดำเนินการของตนเองอย่างอิสระ

"ฝ่ายค้านไม่ควรเป็นอุปสรรคซึ่งกันและกัน พรรคเพื่อไทยควรมีอิสระในการทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ซึ่งจะช่วยกำกับทิศทางการทำงานของรัฐบาลให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายณัฐพงศ์กล่าว

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยหากไม่ได้เข้าร่วมในวิปฝ่ายค้านจะมีผลอย่างไรนั้น นายณัฐพงศ์ ตอบว่า แม้สถานะทางกฎหมายจะยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่หากมีเจตจำนงทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างแท้จริง ก็สามารถร่วมมือกันในนามฝ่ายค้านได้ โดยย้ำว่าไม่ควรนำความขัดแย้งส่วนตัวหรือความขุ่นเคืองในอดีตมาเป็นอุปสรรคต่อการทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และในสภาก็มีเวทีในการพูดคุยอยู่แล้ว ไม่ควรมีการแสดงท่าทีแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เราต้องยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างเต็มกำลัง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีชื่อของตนเองเปรียบเทียบกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อย่างลูกเขยของคุณทักษิณ (สามีพินทองทา) นายณัฐพงศ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเสนอใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ส่วนตัวตนเองมั่นใจว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองเพียงพอ เข้าใจระบบงบประมาณ และกลไกของรัฐบาลเป็นอย่างดี

"สิ่งสำคัญคือ แคนดิเดตนายกฯ ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้เลือกทางเลือกที่ดีที่สุดในการเลือกตั้ง"

สำหรับกรณีที่มีภาพนายอนุทินร่วมรับประทานอาหารกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และมีการตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงทางการเมือง นายณัฐพงศ์ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การหารือเชิงการเมืองแต่อย่างใด และยืนยันว่าไม่มีความกังวลต่อกระแสข่าวที่เกิดขึ้น เพราะหน้ากระดานทางการเมืองตอนนี้ยังไม่มีสิ่งใดที่น่ากังวล หากฝ่ายค้านเข้มแข็งจริงก็สามารถกำกับทิศทางของรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม

นายณัฐพงศ์ ยังกล่าวถึงบทบาทของฝ่ายค้านในการตรวจสอบงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณด้านความมั่นคงว่า หากเป็นรายการที่จำเป็นและโปร่งใสก็พร้อมให้การสนับสนุน แต่หากพบว่าไม่เหมาะสมหรือเป็นการใช้จ่ายเกินจำเป็น ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อภิปรายและคัดค้านอย่างแน่นอน

"อุปกรณ์ต่างๆ ที่กองทัพต้องใช้ ต้องสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การอนุมัติต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ไม่ใช่ใช้งบเกินความจำเป็น"

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า การอภิปรายคุณสมบัติรัฐมนตรีรายบุคคลอาจยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร แต่หากรัฐบาลใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือละเมิดหลักธรรมาภิบาล ฝ่ายค้านก็มีเครื่องมือทางรัฐธรรมนูญอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที หรือหากมีการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เราก็พร้อมดำเนินการตามกลไกอย่างเข้มข้น

ส่วนประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงศ์กล่าวว่า แม้กระบวนการจะยังไม่สามารถให้คำตอบแน่ชัดได้ในตอนนี้ แต่เชื่อว่ายังสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา หากจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 1 และ 2 ก็ต้องรอดูเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการนี้