"ก้อง ห้วยไร่" กลั้นน้ำตา บรรเลงบทเพลงเยียวยาใจครอบครัวผู้สูญหาย
โพสต์เมื่อ : 4 เม.ย 2568 เวลา 11:3 น.
"ก้อง ห้วยไร่" กลั้นน้ำตา บรรเลงบทเพลงเยียวยาใจครอบครัวผู้สูญหาย พร้อมเล่าเรื่องราวชีวิต "เคยเป็นคนงานมาก่อน"
วันที่ 4 เม.ย. 68 ที่ ย่านจตุจักร ความคืบหน้ากรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ล่าสุด นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม พร้อมด้วย นายอัครเดช ยอดจำปา หรือ “ก้อง ห้วยไร่” เดินทางมา สนับสนุนภารกิจเยียวยาจิตใจด้วยการจัดกิจกรรมพิเศษโดยมุ่งหวังสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ช่วยคลายความโศกเศร้า และเติมกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญหาย
ก้อง ห้วยไร่ ระบุว่า ตนเองได้รับการประสานจาก “กัน จอมพลัง” โดยตรง ซึ่งตอนนั้นตนเองทำงานอยู่และได้เห็นในโซเชียลว่ามีแฟนคลับที่อยากเจอตนเอง ทำให้รู้สึกอยากมา ตรงจุดเกิดเหตุแต่วันแรก ๆ แต่ก็ได้สังเกตุเห็นเจ้าหน้าที่ทำงานกันเต็มที่ จึงเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายในตอนนั้น
ส่วนเรื่องความพร้อมในการให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญหายนั้น ก้อง ห้วยไร่ เล่าว่า หากตนเองเจอสถานการณ์แบบนี้ แค่น้ำเปล่าขวดเดียว ก็คิดว่าเป็นการได้รับกำลังใจที่ดี ซึ่งอะไรที่ตนเองสามารถช่วยเหลือได้ก็พร้อมอย่างเต็มที่ เพราะหากเปรียบเทียบตนเอง กับ “กัน จอมพลัง” จะเห็นได้ว่า “กัน จอมพลัง” สามารถเข้าถึงประชาชนได้หมด และต้องสู้กับผู้ประสบภัยและคนรอบข้าง ทั้งเรื่องของสภาพจิตใจและอิทธิพลของคน ตนเองจึงขอชื่นชมการทำงานของ “กัน จอมพลัง”
“วันนี้ผมได้เตรียมกีตาร์มาเพื่อร้องเพลง คลายความกังวลหรือความหวังที่ยังคงรอคำตอบ อย่างน้อยก็ได้ช่วยเหลือ ซึ่งผมหาโอกาสจะมาที่นี่อยู่แล้วและพอได้มา เหมือนได้มาทำในสิ่งที่ตนเองอยากจะทำ”
ส่วนเรื่องของการร่วมบริจาคนั้นตนเองได้จากแฟนคลับหน้าเวที เพราะทุกคนก็มีจิตใจอยากจะช่วยเหลือเหมือนกัน แต่ด้วยสาเหตุที่ตนเองไม่รู้จักมอบโดยตรงให้หน่วยงานไหน จึงมองว่า “กัน จอมพลัง” คืออีกหนึ่งที่พึ่งของประชาชน
“ตั้งแต่เด็กจนถึงอายุ 28 ปี ผมคือคนใช้แรงงาน ผมเพิ่งมาทำงานอาชีพนี้ได้ไม่ถึง 10 ปีด้วยซ้ำ เห็นภาพหมดทุกอย่าง ผมเป็นคนที่กลัวความสูง ซึ่งที่ผ่านมาก็คิดเสมอว่า หากยังกลัวความสูงก็คงไม่ได้ทำงาน และคงไม่ได้ตังค์ มันเป็นความจำใจที่ต้องขึ้นไป เพื่อหาเงินช่วยเลี้ยงครอบครัว เด็กนักเรียนนักศึกษาหากปิดเทอมไม่รู้จะทำอะไร ก็ต้องหางานทำในกรุงเทพเพื่อเอาเงินไปเรียนต่อ”
ส่วนเรื่องการให้กำลังใจนั้นตนเองคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อัดอั้นใจตั้นใจ เหมือนที่พี่บอกว่าตากแดดได้ไหม แล้วคนที่อยู่ใต้ตึกล่ะ อากาศร้อนเค้าก็ยังสู้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ก็ยังสู้ ผมเชื่อนะว่า ยังมีผู้ที่รอดชีวิต แต่ต้องรอเจ้าหน้าที่ทำการช่วยเหลือเพื่อให้ไปถึงตรงนั้น วันนึงถ้าเราต้องจากกันไปจริง ๆ อย่างน้อยวันนี้เราไม่ได้จากไปเพียงตัวคนเดียว ยังมีพวกเราที่จะร่วมส่งกำลังใจไปพร้อมกัน
ก่อนจะพูดต่อว่า “ไม่รู้จะสู้สายตาญาติผู้ประสบภัยได้มากน้อยแค่ไหน เพราะคำว่าการสูญเสียผมเชื่อว่าทุกคนเคยเจอ และการจัดการความสูญเสียของแต่ละต่างกัน แต่อย่างน้อยคงจะใช้เสียงเพลงที่จะช่วยให้พวกเขาคลายความรู้สึกนั้นลงได้บ้าง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง”
ภาพใกล้เชัดมากในตอนนี้ คือ ตั้งแต่ตอนออกจากบ้านกับการตั้งคำถามว่าไม่รู้จะต้องเจออะไรด้วยซ้ำ เมื่อก่อนตนเองเดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยที่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร สุดท้ายก็ต้องมาทำงานก่อสร้าง เพราะต้องสแตนด์บายรอเพื่อให้เค้าเรียกตัว
z-z1603487247937.jpg)