"กัณวีร์" ลั่นแรงถึง นายกฯอิ๊งค์ "อย่าลืมว่าท่านคือลูกหลานของผู้ลี้ภัยเช่นกัน"
โพสต์เมื่อ : 26 มี.ค 2568 เวลา 2:20 น.
"กัณวีร์" ซัดปม ส่งตัว"อุยกูร์" กลับจีน พร้อมลั่นแรงถึง นายกฯอิ๊งค์ "อย่าลืมว่าท่านคือลูกหลานของผู้ลี้ภัยเช่นกัน" ชี้คอยดูกันต่อไปจะเป็นอย่างไรกับนโยบายต่างประเทศ ที่เขียนด้วยมือ และลบด้วยเท้าสกปรกของท่านทั้งหลาย
วันที่ 26 มี.ค. 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ถึง นายกฯ แพทองธาร ระบุว่า "เรียน ลูกสาวของอดีตผู้ลี้ภัย ทักษิณ ชินวัตร
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณที่ท่านกรุณาตอบประเด็นเรื่องการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่ผมอภิปรายไปเมื่อวาน แต่ผมมองว่าคำตอบที่ท่านไปเตรียมมาถึงข้ามวันข้ามคืน ทั้งน่าผิดหวัง น่าอดสู ไม่มีอะไรใหม่ และน่าอนาถใจอย่างยิ่ง
ท่านบอกว่าประเทศไทยไม่มีกฎหมายเรื่องผู้ลี้ภัย (ท่านนายกอาจจะหมายถึงไทยไม่ได้ลงนามอนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัย 1951 และ protocol 1967 ด้วยมั้งครับ แต่ไม่แน่ใจว่าท่านทราบมั้ยว่ามันคืออะไร) ถ้าท่านใช้ปัญญาและความพยายามทั้งหมดแล้วในการตอบเท่าประเด็นนี้ ผมจะชี้แจงให้ฟังว่ากฎหมายในประเทศเรามี พรบ. ป้องกันการซ้อมทรมานและบังคับสูญหาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองบุคคลที่ไม่สามารถกลับราชอาณาจักรได้ (เคยอ่าน หรือผ่านตาบ้างไหม อยู่ในสำนักนายกของตนเอง) รวมถึงอนุสัญญาระหว่างประเทศ ได้แก่ อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการ หายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ICPPED) ที่กล่าวถึงหลักการไม่ส่งกลับ (non-refoulement) ที่ไทยจะต้องปฏิบัติตาม อยู่ในอภิปรายผมด้วยซ้ำ ทำไมไม่ตั้งใจฟัง ทำไมไม่มีใครเตือน?
ประเด็นที่สอง ท่านต้องทำตามสิ่งที่ประเทศไทย และคนไทยต้องการ ผมขอถามว่า ประเทศไทยต้องการการประนามจากต่างชาติหรือ? คนไทยต้องการรัฐบาลที่โกหก หลอกลวง ทำผิดกฎหมาย ตระบัดสัตย์ในเวทีระหว่างประเทศ ไร้มนุษยธรรมงั้นหรือ?
ประเด็นต่อมาที่หลายคนสงสัย (ขอพาดพิง Yingcheep Atchanont ที่ตั้งคำถาม) วันนี้ท่านนายกได้แถลงไขแล้วว่า หากจีนไม่ปฏิบัติตาม diplomatic note จะเกิดอะไรขึ้น? คำตอบคือ ประเทศจีนก็จะถูกลดความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงถูกทำลาย ใช่ครับ จดหมายทางการทูตนี้อาจจะมีผลทางข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่นี่รัฐบาลคุณยอมรับการส่งกลับคนสัญชาติเค้าที่เหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่!! กลุ่มคนเหล่านี้ลี้ภัยจากประเทศตนเองและไม่ประสงค์จะกลับประเทศ นี่คือเหตุผลของการเดินทางลี้ภัยมาเป็นหลักพันๆ กิโล มันแตกต่างจากผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายธรรมดา
ดังนั้น คำมั่นสัญญาที่มีระหว่างประเทศมันจึงเปรียบเสมือนการไม่สนใจถึงเหตุผลความจำเป็นของมนุษย์ในการหนีการประหัตประหารตั้งแต่แรก ลืมเหตุผลของเค้าที่หนีมา แล้วไปฟอกขาวโดย “ละครคุณธรรม” เอาคำพูดใส่ข่าวที่ทำขึ้นมาบอกว่าเค้าถูกกลุ่มหัวรุนแรงหลอกลวงมา !! ขัดความปราถนาที่แท้จริงของพวกเค้าและสายตาชาวโลก
อีกอย่างพอผลักดันและส่งเค้ากลับจีนแล้ว หากจีนทำผิดสัญญาที่ให้ไว้ ไทยจะทำอะไร (แล้วจะทราบมั้ย) หรือกล้าทำอะไร ?? มันไม่ได้มีผลทางกฎหมายอะไรทั้งนั้น หากเค้าทำผิด ก็ไม่ได้ต้องรับผิดชอบอะไรตามกฎหมาย และเขาไม่ได้อยู่ใน position ที่ต้องการความน่าเชื่อถือจากใคร เขาคือพญามังกร เขาทำอย่างไรในอธิปไตยของเขาก็ได้ ส่วนไทยก็เป็นได้แค่… เอ่อ ขี้ข้า ที่บังคับส่งมอบชีวิตคนตัวเล็กๆ ในเขาไปทำอะไรก็ได้ครับ
ประเด็นสุดท้าย ท่านบอกว่าเป็นนักสิทธิ หรือนักมนุษยธรรมสองมาตราฐานอะไรนั่น ศัพท์แสงก็ยังใช้ไม่ค่อยคล่อง ไม่เป็นไรครับ ไม่ถือสากัน ผมไม่เคยให้ความเห็นลบๆ เรื่องการกลับมาของอดีตผู้ลี้ภัยทักษิณเลยครับ เพราะผมเชื่อเหลือเกิน ในการสมัครใจกลับบ้าน (แบบที่ชาวอุยกูร์ไม่ได้มีโอกาส) ที่จริงแล้วท่านทักษิณไม่ควรจะต้องได้รับโทษเลยซักวันเดียวด้วยซ้ำ (แต่คงไม่ด้วยวิธีแบบที่ สส. โรมอภิปรายนะครับ) แต่พอได้ยินแบบนี้จากปากของลูกสาวอดีตผู้ลี้ภัย ที่บอกว่าหากพรรคการเมืองไหนอยากมีนโยบายนี้ ก็ให้ไปทำเอา ถ้าใช้ตรรกะนี้รวมกับข้างต้นว่าประเทศไทยไม่มีกฎหมายผู้ลี้ภัย แบบนี้แปลว่าในสมัยการบริหารบองท่าน ท่านจะส่งกลับผู้ลี้ภัยในเมือง และผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงทั้ง 9 แห่งด้วยหรือไม่ครับ ??
แสดงออกมาเลยครับ ธาตุแท้ที่พอช่วยผู้ลี้ภัยในครอบครัวตัวตัวเองได้แล้ว คนอื่นจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สนใจ ผมจะรอดูครับ ว่าท่านจะตัดสินใจได้โหดเหี้ยมไร้จริยธรรม มองเห็นแต่พ่อตัวเองคนเดียวได้ถึงแค่ไหน
คอยดูกันต่อไปครับ นโยบายต่างประเทศ ที่เขียนด้วยมือ และลบด้วยเท้าสกปรกของท่านทั้งหลาย อย่าลืมว่าท่านคือลูกหลานของผู้ลี้ภัยเช่นกัน !!
z-z1603487247937.jpg)