닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ-Recovered-Recovered-Recovered

กรมชลประทานระดมสมองรับความเสี่ยงภัยพิบัติทางน้ำในภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว เตรียมรับสถานการณ์น้ำปี 68 นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ยกระดับบริหารจัดการน้ำทั่วไทย

ยุคโลกเดือดสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถควบคุมได้ สำนักข่าวThe Room 44 รายงานเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 68 ว่า สมาคมนักอุทกวิทยาไทยจับมือกรมชลประทาน และสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเวทีเสวนาวิชาการ “ความเสี่ยง ภัยพิบัติทางน้ำ 2025 ในภาวะภูมิอากาศสุดขั้ว” จัดขึ้นช่วงกลางเดือน พ.ค. 2568 ที่ หอประชุม ชูชาติ กำภู สถาบันพัฒนาการชลประทาน ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในปี 68

โดยนายสัญชัย เกตุวรชัย นายกสมาคมนักอุทกวิทยาไทย เป็นประธานเปิดงาน มี รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ร่วมกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนายชยันต์  เมืองสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา และนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน

ในเวทีเสวนาดังกล่าวเป็นการเปิดพื้นที่นำเสนอข้อมูล แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพอากาศ แนวโน้มสถานการณ์น้ำ การเตรียมพร้อมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตลอดจนนโยบายบริหารจัดการน้ำในประเทศไทยยุครัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่มีนางนฤมล ภิญโญสันวัฒน์ เป็นรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการบริโภค ยืนอยู่บนพื้นฐานของความสมดุลและยั่งยืนทุกมิติ

โดยนายสัญชัย เกตุวรชัย นายกสมาคมนักอุทกวิทยาไทย ระบุว่า ปัจจุบันสภาพอากาศของโลกได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน เกิดปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยรุนแรงในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ในปี 68 อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลโซ่ (ENSO) ได้เข้าสู่สภาวะเป็นกลาง มีแนวโน้มคงอยู่เช่นนี้ไปจนถึงช่วงเดือน ก.ย. ถึง พ.ย. 68 โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ วันที่ 15 พ.ค. 68 คาดการณ์ภาพรวมฝนมีแนวโน้มตกน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนพายุจรคาดมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1–2 ลูก โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ในช่วงก่อนเข้าฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือนเม.ย. เป็นต้นมา ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากกระจายเกือบทั่วประเทศ ส่งผลให้สภาพพื้นดินชุ่มน้ำตั้งแต่ต้นฤดูฝน อาจทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นได้

“งานจัดขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูล แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพอากาศ แนวโน้มสถานการณ์น้ำ การเตรียมพร้อมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตลอดจนนโยบายบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ ที่จะเกิดขึ้นปี 68 ก่อให้เกิดประโยชน์สามารถนำไปปฏิบัติเพื่อลดภัยพิบัติจากน้ำของประเทศไทยต่อไป” นายสัญชัย กล่าว

ด้านนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน บอกว่ากรมชลประทานในฐานะหน่วยงานปฏิบัติ ได้ถอดบทเรียนจากภัยพิบัติที่ผ่านมา อาทิ อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว เพื่อนำมาปรับใช้วางแผนรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 68 กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเครื่องจักร เครื่องมือ โดยติดตั้งไว้ตามจุดเสี่ยงทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาค สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ พร้อมทั้งคาดการณ์ปริมาณน้ำ ปริมาณฝน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยในทุกพื้นที่ มีการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

ส่วนการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ กรมชลประทานได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ อาทิ เรดาร์ตรวจอากาศแบบ Solid-state X-band RID เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  SWAMP แพลตฟอร์มบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุม 22 ลุ่มน้ำหลักทั่วประเทศ พัฒนาระบบวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลด้านการจัดการน้ำอย่างครบวงจร rriSAT เทคโนโลยีสำหรับประเมินความต้องการใช้น้ำของพืชล่วงหน้า 7 วัน เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้มีความแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น.