닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

DSI จับแก๊งซื้อขาย “สื่อลามก-อนาจาร” กวาดล้างอาชญากรรม 


วันที่ 28 พ.ย. 2567 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคคอล (PDPC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายธีรนิติ จันทร์ประวิตร ผู้ช่วยโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงผลการ บูรณาการร่วมระหว่าง DSI และ PDPC บูรณาการร่วมเครือข่ายปกป้องคุ้มครองเด็ก ทลายองค์กรอาชญากรรม VIP กรุ๊ป แชร์คลิปลามกอนาจาร ซึ่งเป็นขบวนการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อภาพ คลิปวีดีโอลามกผ่าน Website และ Telegram

ด้าน ร.ต.อ. เขมชาติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนมาเป็นเวลา 1 ปี ในการติดตามเครือข่ายนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ร่วมกันดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ และมีการใช้สุนัข K-9 ชื่อน้องวินเนอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญในการค้นหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากสหรัฐอเมริกามาร่วมปฎิบัติการด้วย

จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียหายจากเครือข่ายนี้ กว่า 2,000 คน จึงประชาสัมพันธ์ถึงผู้เสียหายที่ถูกล่อลวงให้ถ่ายคลิปลามกอนาจาร สามารถมาแจ้งได้ที่ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคคอล (PDPC) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด โดยเจ้าหน้าที่จะปกปิดข้อมูลเป็นความลับ

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 67 เจ้าหน้าที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กองปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPC) สนธิกำลังร่วมกับลิฟท์อินเตอร์เนชั่นแนล องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวน์ เรลโรด มูลนิธิไซเอนเทียโปรแกรม และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (ThaiHotline) ลงพื้นที่ 4 จุด ใน 3 จังหวัด คือ กาญจนบุรี, ราชบุรี และตรัง

ผู้ต้องหาจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือ ผู้ที่แอบถ่าย และผู้ที่ล่อลวงเหยื่อ, กลุ่มที่ 2 คือ ผู้ผลิต และทำการตลาดรับผลประโยชน์ และบัญชีม้า ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 4 คน สามารถจับกุมกุมได้ 3 คน จาก มีบัญชีม้าหลบหนีไปได้ 1 คน โดยไปจับกุมได้ที่

พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จับกุม นายธัชพล (ขอสงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5500/2567 ลงวันที่ 14 พ.ย. 67 ได้ที่บริเวณบ้านใน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพฤติการณ์เป็นแอดมินเว็บไซต์ www.asianclip.xyz, Telegram ชื่อ Asinclip ในการเผยแพร่คลิปวีดีโอลามกอนาจาร และเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามก ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2560 ทำ ผลิต มีไว้ ประกอบการค้า หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งสิ่งอันลามก ฐานครอบครอง ส่งต่อ สื่อลามกอนาจารเด็ก ทำ ผลิต มีไว้ประกอบการค้า หรือทำให้แพร่หลาย ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา

พื้นที่จังหวัดราชบุรี จับกุม นายทรงวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5502/2567 ได้ที่บริเวณบ้านใน อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยมีพฤติการณ์เป็นผู้ให้ใช้บัญชีธนาคารในการเรียกเก็บค่าสมาชิกในหน้าเว็บไซต์และในกลุ่ม Telegram ในข้อหายินยอมให้บุคคลอื่น ใช้บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน (บัญชีม้า) ข้อหายินยอมให้บุคคลอื่น ใช้บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ตาม พรก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566

พื้นที่จังหวัดตรัง จับกุม นายธนากร (ขอสงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5503/2557 ได้ที่บริเวณบ้านในอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรังโดยมีพฤติการณ์ ผู้จัดทำคลิปลามก โดยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการหว่านล้อมพูดคุยให้เหยื่อโชว์ลามกก่อนจะบันทึกภาพเพื่อเผยแพร่หรือจำหน่าย กระทำผิดในข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ประมวลกฎหมายอาญา ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น มาตรา 287/1 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1(17) ฐานชักจูง ยุยง ส่งเสริม ให้เด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี แสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจารเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการปราบปรามสื่อลามกอนาจารออนไลน์ในเชิงรุก โดยไม่รอให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ แต่เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลความเสียหาย ใช้เทคโนโลยีสืบสวนแกะรอยผู้กระทำความผิด และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยในสังคมและคุ้มครองสิทธิของประชาชน  

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งนำความยุติธรรมสู่ผู้เสียหายโดยไม่ต้องร้องขอ พร้อมทั้งระงับบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ เพื่อป้องกันและช่วยเหลือประชาชนจากการตกเป็นเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีอีกหลายกลุ่มที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมเทคโนโลยี เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าติดตามเพื่อเอาผิดต่อไป