“ดิไอคอน” เลอะลามการเมือง ”เพื่อไทย“ เละนิรโทษไส้กลวง
การเมืองเรื่องสีเทา อะไรฉาวโฉ่มักลามมาเกี่ยวพันเสมอ กรณี “ดิไอคอน กรุ๊ป” คือตัวอย่าง จนถึงคอนนี้ยังฟ้องร้องนัวเนียกันไม่จบ กลายเป็นการเล่นเกมล้างแค้นจนเปรอะ เซาะกร่อนกระบวนการยุติธรรมจนวอดวายคลายความศักดิ์สิทธิ์ เหมือนการเมืองยุค “นิติสงคราม” เหล่าคณาจารย์นิติศาสตร์อยากจะไปร้องไห้ใต้โต๊ะ และสุดท้ายเรื่องนี้ก็กลายมาเป็นประเด็นสาดโคลนในวงการเมือง
“ทีมงานบ้านป่า” พลังประชารัฐ ปฏิบัติการระเบิดพลีชีพ ไม่ขอตายเดี่ยว
จับ“เสี่ยจ๊อบ”สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ตัวจี๊ดตามท้องเรื่อง “ดิไอคอน” ที่เพิ่งออกจากพรรคไป มาคุ้ยประวัติ เซ่นสังเวยบูชายัญ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่คนเพื่อไทย “กลุ่มสามมิตร” ประมาณว่า ถ้านี่คือตัวการ ก็มีขบวนการอยู่ในเพื่อไทย
โฆษกพลังประชารัฐ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ออกมาชี้เป้าความสัมพันธ์ “เสี่ยจ๊อบ”เคยถูกตั้งให้เป็นผอ.ศูนย์ร้องทุกข์ของกลุ่มสามมิตร พร้อมปูดชื่อย่อ“เทวดา”ออกมาชุดใหญ่ 6-7 ตัว คนเพื่อไทยบางรายที่เข้าข่ายพาดพิง กุลีกุจอออกมาปัดป้อง แต่ส่วนใหญ่คงไม่ได้อินังขังขอบ มองประเด็นกล่าวหาไร้สาระ แค่ปูดชื่อย่อให้ดูน่าตื่นเต้นค้นหา ทีเดียวก็เงียบไปเพราะไม่มีภาคต่อ หรือทีเด็ดของแท้
สแกนชื่อย่อส่วนใหญ่ก็คือคนเครือข่าย ”กลุ่มสามมิตร“ จะว่าไปก็ไม่แปลก ช่วงนั้นพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ไปนั่งว่าการกระทรวงยุติธรรม เครือข่ายลูกน้องคนสนิท สส. รวมทั้ง ”เสี่ยจ๊อบ“ ก็ถูกพลังประชารัฐส่งไปทำงานด้วย ชื่อมันเลยโยงในกันช่วงนั้นและถูกนำมาปะติดปะต่อกันช่วงนี้ เพียงแต่มันมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น ต่อเนื่องเรื่อยมาหรือเปล่า
ดังนั้นสำคัญคือภารกิจของ ”เสี่ยจ๊อบ“ กับ ”ดิไอคอน“ คนชักใยสั่งการวันนี้คือใคร อยู่ “บ้านจันทร์” หรือ ”บ้านป่า“ และเทวดา สคบ. องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ที่ลือว่าตั้งโต๊ะเก็บค่าต๋ง เก็บค่านักเลง อย่างเป็นขบวนการ เป็นพวกใคร ฝ่ายไหน “ทีมดิไอคอน-บอสพอล” กล้าๆ ออกมาเล่นงานเอาคืนพวกนี้บ้าง
อย่าหยุมหยิม ขี่ช้างจับตั๊กแตน ไล่เบี้ยลูกข่ายตัวเล็กตัวน้อยของตัวเอง ทำแบบนั้นได้แค่สะใจ ล้างแค้นกันไปมา แต่ตายหมู่ไร้ค่า เหมือนไก่ตรุษจีนจิกตีกันในเข่งรอเวลาถูกเชือด ถ้าแน่จริงก็แฉขบวนการใหญ่ เหลือบไรเซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติให้ล่อนจ้อน แบบนั้นสร้างประโยชน์ให้ชาติ ล้างความผิดพลาดได้ไม่มากก็น้อย
หรือยังคิดว่าจะกลับมาคบค้าสมาคมกับแก๊งพวกนั้น เพื่อทำนาบนหลังคน หาผลประโยชน์ด้วยเล่ห์กลรูปแบบพิสดารต่อไป แบบนั้นก็ไร้สำนึกเกินเยียวยา หมดราคาความเป็นคน
กลับมาโฟกัสเวทีการเมืองชั่วโมงนี้เลยโดน “ดิไอคอน” แย่งซีนไปเลย เพราะงานบริหทรเชิงนโยบายไม่ค่อยคืบหน้า ติดขัดล่าช้า เพราะปัญหาภายใน พรรคร่วมปัดแข้งปัดขา ต่อรองแชร์ผลประโยชน์ทุกเม็ด แถมยังเจอสารพัดแนวต้าน ขาประจำ พลพรรคคนเกลียดทักษิณ นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า นิติสงครามยังตามไล่ล่า โจทย์หลักเป้าหมายแก้วิกฤติเศรษฐกิจเลยขยับเขยื้อนลำบาก
เลยไปโฟกัสที่การออกกฎหมาย ปมนิรโทษกรรมที่เคยประกาศหาเสียงเอาไว้จะทำให้สำเร็จ แต่หลังจากร่างข้อสังเกตเปิดทางแก้ไขมาตรา 112 ของกรรมาธิการศึกษาแนวทางนิรโทษกรรม ถูกสภาท้วงติง รุมด่าและตีตกไปในที่สุด ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยกลับไปยกร่างใหม่เพื่อเสนอสภาสมัยหน้า โดยไม่แตะต้องข้องเกี่ยวมาตรา 112 บนหลักการยึดหลักความจริง ความเป็นไปได้ ตามสัญญาณพรรคร่วมที่ชงร่างกันมารอล่วงหน้า โดยปราศจากมาตรา 112 เพราะทุกพรรคก็ต้องการนิรโทษกรรมให้สำเร็จ เพื่อเป็นเครดิตผลงาน สร้างความสมานฉันท์ปรองดองตามที่สัญญาหาเสียงไว้
แต่ไส้ในเนื้อหาที่เปลี่ยนไปของพรรคเพื่อไทยที่มีสโลแกน “หัวใจคือประชาชน” มุ่งหน้านิรโทษกรรมเพียงแค่ให้เสร็จสิ้นไป ผิดแปลกจากเจตนาามณ์เดิม ไม่ทะลวงเข้าไปวิเคราะห์แยกแยะเนื้อในแห่งความผิดตามมาตรา112 สุดท้ายแม้แก้ไขได้ จริง แต่ในแง่ความรู้สึกอาจไม่มีใครชื่นชมยินดี หรือบางทีอาจได้ไม่คุ้มเสีย
เพราะแก่นแท้ เงื่อนปมของเรื่องนี้ มันมีที่มาที่ไปที่ผูกมัดรวมไว้ในมาตรา 112 คดีการเมืองส่วนใหญ่ถูกมัดตราสังข์เอาไว้ด้วยข้อหานี้ ไม่ต้องอื่นไกลบรรดาสส. สมาชิกพรรคเพื่อไทย หัวโจกชุมนุมยังโดนกันถ้วนหน้า แต่ก็พากันเอาตัวรอดมาได้ด้วยระบบอำนาจ เส้นสาย นับประสาอะไรกับชาวบ้านประชาชนที่ไม่มีอะไรเลย วันนี้ต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
พรรคเพื่อไทยกำลังถอยห่างจากคำว่าประชาธิปไตยออกไปไปทุกที และหัวใจคือประชาชน ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้นมากขึ้นทุกวัน อย่างไรก็ตามยังหวังใจและเฝ้ารอวันที่พรรคเพื่อไทยกลับมาหาประชาชน เลิกสยบยอมพินอบพิเทาอำมาตย์ เพราะดูก็รู้ไม่ใช่ตัวตน เหตที่ต้องสมยอมเพราะเงื่อนไขดีลลับ ตัวประกันของ “นายใหญ่ นายหญิง” เพื่อไทยคงไม่ได้คิดจะแปลงกายย้ายข้างเป็นฝ่ายอำมาตย์ ศิโรราบอนุรักษ์นิยมจริงๆใช่ฟรือไม่ ใช่ไม่ใช่ก็บอกมา ยุคนี้ต้องชัดเจน คลุมเครือไม่ได้
z-z1603487247937.jpg)