สรุปดรามา "ปอนด์ จักรกฤษณ์" เคลียร์ปมเงินบริจาค แจงปมซื้อที่ดิน-เมียถอนเงินกว่า 1,400 ครั้ง ยืนยันโปร่งใส
สรุปดรามา "ปอนด์ จักรกฤษณ์" เคลียร์ปมเงินบริจาค แจงปมซื้อที่ดิน-เมียถอนเงินกว่า 1,400 ครั้ง ยืนยันโปร่งใส
ประเด็นร้อนเกี่ยวกับ "ปอนด์ จักรกฤษณ์" อาสากู้ภัยผู้เป็นที่รู้จักจากการช่วยเหลือรับ-ส่งศพฟรี ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอย่างละเอียดในรายการ โหนกระแส หลังถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารเงินบริจาคของ สมาคมสายธารสะพานบุญ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การซื้อที่ดินในจังหวัดระยอง ซึ่งผู้ร้องเรียนระบุว่า ปอนด์เคยประกาศว่านำเงินบริจาคมาซื้อที่ดินสร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ แต่กลับใช้ชื่อมารดาเป็นผู้ซื้อแทนชื่อสมาคม อีกทั้งสุดท้ายยังผิดนัดชำระเงินจนถูกริบเงินมัดจำ 1 ล้านบาท

ด้าน ปอนด์ ชี้แจงว่า เดิมตั้งใจให้สมาคมเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ได้รับคำแนะนำจากนายหน้าให้ใช้ชื่อบุคคลดำเนินการก่อน เพราะหากใช้ชื่อสมาคมจะมีขั้นตอนด้านเอกสารและภาษีที่ยุ่งยาก โดยมีแผนจะโอนเป็นชื่อสมาคมภายหลัง อย่างไรก็ตาม เมื่อสมาคมไม่สามารถผ่อนชำระต่อได้ จึงยอมยกเลิกสัญญาและยอมเสียเงินมัดจำ
อย่างไรก็ตาม ทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ซึ่งร่วมรายการในฐานะทนายคนกลาง ให้ความเห็นว่า เงินมัดจำดังกล่าวเป็นเงินบริจาคของประชาชน หากถูกริบไปโดยสัญญาไม่ได้ทำในนามสมาคม อาจมีประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งผู้บริจาคมีสิทธิใช้ช่องทางกฎหมายได้

อีกประเด็นที่สังคมจับตา คือกรณี ภรรยาของปอนด์ถอนเงินจากบัญชีสมาคมครั้งละ 30,000 บาท รวมกว่า 1,400 ครั้ง ซึ่งปอนด์และนายกสมาคมยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง แต่ยืนยันว่าเป็นการดำเนินการตามข้อบังคับของสมาคมที่กำหนดให้เบิกเงินสดได้ไม่เกินครั้งละ 30,000 บาท
จากนั้นเงินจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีของ เหรัญญิกสมาคม ซึ่งเป็นภรรยาของปอนด์ เพื่อใช้เป็นบัญชีกลางสำหรับกระจายจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าโลงศพ และค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งศพให้กับเครือข่ายอาสาสมัครทั่วประเทศ โดยยืนยันว่ามีใบเสร็จ หลักฐานการโอน และระบบตรวจสอบบัญชีรองรับทุกขั้นตอน

สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่าสมาคมมีเงินบริจาคสูงถึง 200 ล้านบาท ปอนด์และนายกสมาคมยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า ตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมจนถึงปัจจุบัน มีเงินหมุนเวียนรวมประมาณ 80-90 ล้านบาท และมีการยื่นงบการเงินรวมถึงเอกสารภาษีต่อกรมสรรพากรทุกปี พร้อมเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ปอนด์ยังยอมรับกลางรายการว่า ในอดีตเคย หลบหนีการเข้ารับราชการทหารประมาณ 2 ปี ทำให้ช่วงเวลานั้นไม่สามารถมีชื่อเป็นกรรมการของสมาคมได้ แต่ปัจจุบันได้เข้ารับโทษตามกระบวนการกฎหมายเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่อีกหนึ่งประเด็น คือข้อพิพาทกับผู้บริจาคชื่อ "ออมสิน" ซึ่งเคยแจ้งความปอนด์ในข้อหาฉ้อโกง ก่อนจะถอนแจ้งความในภายหลัง โดยออมสินโฟนอินเข้ารายการ ยืนยันว่าตนบริจาคเงินจริง และถอนแจ้งความเพราะไม่ต้องการมีปัญหา ไม่ได้มีผู้ใดบังคับหรือสั่งการ
ส่วน ซอง ดูฮี ซึ่งเดินทางมาร่วมรายการด้วย ยืนยันว่าต้องการพูดคุยเพื่อขอให้ปอนด์ลดการใช้โซเชียลโพสต์พาดพิงหรือ "แขวน" ผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง เพราะส่งผลให้ผู้ถูกกล่าวถึงถูกโจมตีจากผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมเสนอให้แก้ปัญหาผ่านการพูดคุยกันโดยตรงมากกว่า

แม้ปอนด์จะชี้แจงในทุกประเด็น แต่หลายข้อสงสัยยังคงต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่
z-z1603487247937.jpg)