รธน.ฉบับใหม่ 3 กุนซือใหญ่คัดท้าย
โพสต์เมื่อ : 14 ต.ค 2568 เวลา 16:58 น.
รธน.ฉบับใหม่ 3 กุนซือใหญ่คัดท้าย
นับหนึ่งแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 60 มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม
ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ประเดิมพิจารณาระหว่างวันที่ 14-15 ต.ค. 68 มีร่าง 3 ฉบับที่บรรจุอยู่ในแฟ้มประชุม เป็นร่างพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย มีรายละเอียดต่างกัน ที่น่าจับตามองพรรคภูมิใจไทย-วุฒิสภา ที่เป็นด่านทดสอบอีกครั้งว่า เปิดไฟเขียวหรือตีตกร่างพรรคเพื่อไทย แต่ตามทรงที่ผ่านมา นโยบายหลักรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ถูกรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเขี่ยทิ้งหมด แม้แต่คำว่า “ซอฟต์พาวเวอร์” ปิดปากคนในรัฐบาลห้ามพูดถึงเด็ดขาด
งานนี้ “ภูมิใจไทยแตกหักเพื่อไทย”หรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝีมือพรรคประชาชน ขอความร่วมมือภูมิใจไทยช่วยผ่านร่างเพื่อไทย ถือฤกษ์เปิดประตูสวรรค์แก้รัฐธรรมนูญฉบับคสช.ให้สะเด็ดน้ำ ก่อนยุบสภา 31 ม.ค. 69 เพื่อทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมเลือกตั้งสส.
แถมสังคมต้องตามลุ้นโฉมหน้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่หน้าตาเฉิดโฉมหรือห่วยแตก ให้ดูกุนซือมือระดับพระกาฬของนายกฯหนู ล้วนมีประสบการณ์ร่างรัฐธรรมนูญมาหมด
“เพื่อให้เนื้อหาออกมาเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด” นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ กุนซือของนายกฯ เคยระบุในยุคกระโดดเข้าร่วมร่างรัฐธรรมนูญปี 50 หลังเกิดรัฐประหารรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร โดยให้เหตุผลเมื่อถูกตั้งคำถามถึงการเข้าร่วมหัวจมท้ายกับเผด็จการทหาร
เช่นเดียวกับมือร่างรัฐธรรมนูญ หมวดกระจายอำนาจ ตามที่ตัวแทนท้องถิ่นทุกระดับมอบหมายให้ นายวุฒิสาร ตันไชย กุนซือของนายกฯอีกคน ที่อยู่ในแวดวงร่างรัฐธรรมนูญ รับผิดชอบ เตรียมยื่นให้สภาร่างรัฐธรรมนูญหรือส.ส.ร. นำไปยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังประชามติผ่านให้แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60
ที่ต้องจับตามองเมื่อ “ดอกเตอร์ปื๊ด” นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถูกทาบทามให้มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ในรัฐบาล ในฐานะที่ถูกคสช.หักหลัง สมัยนั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 57 โดยร่างรัฐธรรมนูญปี 60 ที่สะเด็ดน้ำกลับถูกคว่ำ
นับเป็นร่างที่ถูกออกแบบให้นักการเมืองเป็นคนดีมีคุณธรรม โดย ทาง iLaw ระบุไว้เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 68 ในวันที่โปรดเกล้าฯครม.อนุทิน 1 ได้ชี้ให้เห็นถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ดอกเตอร์ปื๊ด” นักการเมืองต้องถูกเอกซเรย์โดยสมัชชาคุณธรรมชาติ ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ยอมรับจากสังคม มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ ไต่สวนจริยธรรมบุคคลสาธารณะ โดยยื่นเรื่องถอดถอนบุคคลเหล่านี้ได้ ผ่านทางช่องทางกกต.
ที่คลาสสิค คือ ระบบการเลือกตั้งสส. ที่ผ่านมาส่วนใหญ่คนของผู้มีอำนาจขั้วไหนก็ออกแบบระบบการเลือกตั้งให้เข้าทางกลุ่มผู้มีอำนาจนั้นๆ โดยยังไม่มีในยุคใดช่วยกันออกแบบให้ระบบเลือกตั้งสส.เข้ากับบริบทสังคมไทย ที่โปร่งใส ป้องกันการซื้อเสียง คะแนนที่ประชาชนโหวตให้ไม่ตกน้ำ
“ดอกเตอร์ปื๊ด” และคณะจึงออกแบบระบบเลือกตั้งสส. เดิมเป็น“ระบบเขตเดียว” เมื่อย้อนไปดูคะแนนการเลือกตั้งแต่ละเขตส่วนใหญ่ชนะเฉือนกันแบบคาใจ
ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปั่นส่วน หรือ“ระบบ 4 ต่อ 5 ” ที่ใช้ในเยอรมันจึงผุดขึ้น โดยใช้ระบบบัญชีพรรคและเลือกคนในแต่ละเขต เพื่อให้คะแนนเสียงไม่ตกน้ำ เป็นยันต์ป้องกันรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนมากจนเกินไป
จุดแข็งของระบบนี้ คือ พรรคการเมืองไม่สามารถกำหนดจำนวนสส.ตายตัวได้ เพราะต้องนำคะแนนบัญชีรายชื่อทั้งหมดทุกพรรคมากองรวมกัน เพื่อคำนวณจำนวนที่นั่งสส.ตามสัดส่วนที่แต่ละพรรคการเมืองนั้นพึงจะมีสส.ทั้งประเทศ มีสูตรคำนวณจำนวนสส.ทั้งหมด 450 คน แต่ไม่เกิน 470 คน คะแนนแปรผันเป็นเปอร์เซ็นต์ก่อนนำมาคิดเป็นสัดส่วนที่นั่งในสภา จึงทราบจำนวนสส.พึงมีของแต่ละพรรคการเมือง
ส่วนที่มา สว.ที่มาต่างกับรัฐธรรมนูญปี 60 โดยผ่านการเลือกตั้งทางอ้อมเริ่มจากสรรหาบุคคลจาก 5 กลุ่มใหญ่ ที่สำคัญวุฒิสภา มีอำนาจตรวจสอบจริยธรรมผู้ที่จะนั่งเป็นรัฐมนตรี นักการเมืองที่เป็นสส. กรรมการองค์กรอิสระ รวมถึงบิ๊กๆข้าราชการ เพื่อชงเรื่องให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เชือด ขอฉายภาพโฉมหน้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไฉไลแน่ หาก 3 มือพระกาฬกอดอุดมการณ์การเมืองสุจริต กระจายอำนาจ ประชาธิปไตยเบ่งบาน
#มะม่วงแปดริ้ว
z-z1603487247937.jpg)