ประชามติส่อล่ม ปลุกกกต.เลิกจำศีล
ประชามติส่อล่ม ปลุกกกต.เลิกจำศีล
# 8 กุมภา หาเห็นชอบ ประชามติ ภาคประชาชนและพรรคการเมือง จับมือจัดทำ “โครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ” จัดโดยภาคีเพื่อรัฐรรมนูญประชาธิปไตย และเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ CALL
มี 7 พรรคการเมืองร่วมประชุม ประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคพลวัต
ทุกพรรคการเมืองที่มาโชว์ตัวมีจุดยื่นชัดเจนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 และทำประชามติ โดยเตรียมขับเคลื่อน จัดทำพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ วางโครงสร้างขององค์กรการเมืองที่เป็นระบบสมดุล เปิดประตูให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐมากขึ้น
แถมแง้มประตูให้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในระหว่างจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ทั้งที่มาของวุฒิสภา ความเป็นกลางเป็นอิสระขององค์กรอิสระ ทั้งที่ตลอดมีรัฐธรรมนูญ 60 แก้สำเร็จครั้งเดียวเกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง
ประเด็นใหญ่ครั้งนี้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน “การทำประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” เงียบฉี่ชนิดที่โหวตเตอร์ส่วนใหญ่ตีมึน จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มีโอกาสสูงไม่ผ่านประชามติ
หรือถ้ามีโหวตเตอร์ออกมาใช้สิทธิไม่ถึง 50 % กลายเป็นพลังที่ไม่มากพอกดดันสว.สายสีน้ำเงินกดปุ่มผ่านแก้รัฐธรรมนูญและเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้
ในวงประสานเสียงให้บรรดาพรรคการเมืองตีปี๊บให้โหวตเตอร์ออกไปออกเสียงประชามติ ย่อมมีปัญหาในทางปฏิบัติ เสี่ยงกระทบต่อแต้มเลือกตั้งสส.
โดยเฉพาะระยะเวลาที่แสนสั้นกระชับ กกต.คือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ต้องเลิกจำศีล ทำงานเชิงรุกกู้ศรัทธาดิ่งเหวกลับคืนมา โชว์ฝีมือสะกดให้ประชาชนออกไปทำประชามติ
พยายามชี้ให้เห็นปัญหา ระเบิดเวลา นิติสงคราม มันซ่อนเงามืดอยู่ในรัฐธรรมนูญ 60 จนเป็นเครื่องจักรกลใช้ประหัตประหารกันทางการเมือง ประเทศหยุดการพัฒนา เศรษฐกิจนิ่ง รอคนคุมเกมกดปุ่มเพื่อรักษาอำนาจ โดยไม่สนว่าบ้านเมืองวิกฤติอย่างไร
วิกฤติซ้อนวิกฤติซ้อนวิกฤติของประเทศไทยมันไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะบ้านเมืองต้องการได้รัฐบาลมีอำนาจฟูพาวเวอร์ แต่อยู่ภายใต้กลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันเผด็จการรัฐสภา
ฉะนั้นอย่างน้อยกกต.แต่ละท่าน เลขาธิการกกต. ควรสวมบทโฆษกกกต. เดินหน้าออกสื่อทุกแขนง บุกมหาวิทยาลัย ชี้ถึงจุดแข็งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นการยกเครื่องประเทศ ปฏิรูปการเมืองที่กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ให้หอมฟุ้งเป็นดอกไม้ประชาธิปไตยเสียที
เลิกเสียทีบทบาทของกกต.เหมือนที่ผ่านมา อยู่จนครบวาระ แต่สังคมยังจำไม่ได้ว่ากกต.แต่ละท่านเป็นใคร จำได้บทบาทเลขาธิการกกต.ที่โชว์เดี่ยวไมค์โครโฟน โดยเป็นเฉพาะความเห็น ไม่ผูกมัดตามกฎหมาย เพราะสุดท้ายยังมีมติกกต.ใหญ่คอยคัดท้ายหางเสียอีกที
โดยมีอุทาหรณ์เตือนใจ เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง รับฟ้องกกต.รวมเลขาธิการกกต. รวม 8 คน ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ โยงกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในคดีสอบฮั้วสว.ล่าช้า ถูกตั้งข้อสังเกตไม่ดำเนินการภายใต้กรอบกติกา
เอาเป็นว่ากกต.ที่ส่วนใหญ่เป็นที่ติดป้ายแดง ถึงเวลาทำงานเชิงรุก เป็นนายแบบรณรงค์ทำประชามติ พร้อมการเลือกตั้งสส.ที่สุจริตและเที่ยงธรรม กู้ศักดิ์ศรีองค์กรอิสระกลับคืนมา
#มะม่วงแปดริ้ว
z-z1603487247937.jpg)