คนงานพลาดท่า นำหลังคาเมทัลชีทขึ้น ไปเกี่ยวสายไฟแรงสูง ดับ 1 เจ็บ 2
โพสต์เมื่อ : 11 ต.ค 2567 เวลา 6:30 น.
คนงานพลาดท่า นำหลังคาเมทัลชีทขึ้น ไปเกี่ยวสายไฟแรงสูง ดับ 1 เจ็บ 2
วันที่ 4 ก.ย. 2567 ร.ต.ท.วัชรพนธ์ รอดเจียม รอง สว.(สอบสวน)สน.สำเหร่ รับแจ้งเหตุ มีคนงานสร้างหลังคาเหล็ก ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิต และบาดเจ็บ เหตุเกิดบ้านเลขที่ 408 ซอยกรุงธนบุรี4 แยก10 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.จุฬาฯ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น 1 คูหา พบศพนายเชาวลิต ขันทิพย์ อายุ 62 ปี สภาพศพนอนหงายบนชั้นดาดฟ้า กำลังต่อเติม ทำหลังคา ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ อีก 2 ราย นายสมนึก นาคนาวา อายุ 57 ปี บาดเจ็บที่มือทั้ง2ข้าง และขาทั้ง 2 ข้าง ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนไหม้ และนายชาติ มณีจันสุข อายุ 36 ปี อาการสาหัส มีบาดแผลไฟไหม้ตามลำตัวมือทั้ง2ข้างและขาทั้ง 2 ข้าง
จากการสอบสวนนาง ชูศรี ดีประสิทธิ์ อายุ 62 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตน สามีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน รับจ้างจากเจ้าของตึกมาต่อเติมหลังคาชั้นดาดฟ้า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ข้างล่างหน้าตึกคอยผูกเชือกกับแผ่นแผ่นเมทัลชีทดึงขึ้นไปชั้นดาดฟ้า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บอยู่ด้านบนชั้นดาดฟ้าคอยดึงเชือกพอตนส่งขึ้นไปได้ยินเสียงดังบึม ตนวิ่งขึ้นไปดูเห็นทั้งสามคนล้มลงไปแล้ว อีก 2 คน ลุกขึ้นได้ ส่วนสามีลุกไม่ได้ตนไปปั้มหัวใจสะอึกขึ้นมาอยู่ 3 ครั้ง ก่อนเสียชีวิต สามีตนเป็นช่างรับเหมาทำหลังคา ทำงานแบบนี้มา 40 กว่าปีแล้ว ครั้งนี้เป็นการผิดพลาดครั้งแรก
ด้าน นายสมนึก นาคนาวา อายุ 57 ปี กล่าวว่า แผ่นเมทัลชีทที่ดึงขึ้นไปโดนกับสายไฟแรงสูง เราทั้ง3 คนจับแผ่นเมทัลชีททำให้ถูกไฟชอตหัวหน้าเสียชีวิตตนและเพื่อนบาดเจ็บ
ด้านนายชาญสุวิช อำไพจิตต์ พยานที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวได้จ้างคนงานมาต่อเติมหลังคาชั้นดาดฟ้าตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อวานเป็นการขึ้นโครงเหล็ก และวันนี้ได้นำแผ่นเหล็กเมทัลชีทมาปู มีช่าง 3 คนขึ้นไปดึงแผ่นเมทัลชีทจากด้านบน ส่วนผู้หญิงอีกคนคอยผูกเชือกที่แผ่นเมทัลชีทดึงอยู่ชั้นล่าง ช่วงแรกๆ ก็ดึงขึ้นไปได้ กระทั่งมาถึงแผ่นที่เกิด เมื่อดึงขึ้นไปแล้ว จังหวะที่ช่างกำลังจับแผ่นเหล็กเพื่อดึงเข้าไปพักที่ดาดฟ้า ไม่แน่ใจว่าส่วนใดของแผ่นเมทัลชีทไปโดนสายไฟฟ้าแรงสูง แต่เห็นแสงไฟวาบคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด 2 ลูก ก่อนที่ไฟฟ้าจะดับทั้งหมด และมีแผ่นเมทัลชีทร่วงหล่นลงมา จนชาวบ้านที่อยู่ในซอยต่างตกใจกันหมด ตนมองว่าอันตรายและไม่ปลอดภัย เพราะมีช่างที่รับจ้างทำหลังคาลักษณะเดียวกันผ่านมาเห็น บอกว่าไม่ควรเสี่ยงเอาแผ่นขึ้นด้านหน้าอาคาร เพราะมีสายไฟแรงสูงอยู่ตรงจุดดังกล่าวพอดี ควรดึงขึ้นฝั่งอื่น หรือถือขึ้นทางบันไดมากกว่า อีกทั้งยังโชคยังดีที่แผ่นเหล็กดังกล่าวไม่ตกลงบนถนนที่มีรถสัญจรผ่านไปมา มิฉะนั้นคงมีผู้บาดเจ็บมากกว่า
ด้านว่าที่ร้อยเอกศิริพงษ์ สนานคุณ ผู้อำนวยการกองบริการการจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวา เปิดเผยว่า สายไฟฟ้าจุดเกิดเหตุ เป็นส่วนของสายไฟด้านบนสุด เป็นสายไฟแรงดันกลาง ตามเกณฑ์ของการไฟฟ้าฯ หรือสายไฟแรงดันสูงตามความเข้าใจของประชาชน มีแรงดันไฟ 24,000 โวลต์ ตามปกติจะมีฉนวน ยกเว้นบางจุดที่เป็นจุดต่อพ่วงเข้ากับหม้อแปลงไฟฟ้า จะเป็นสายเปลือย เช่นเดียวกับจุดที่เกิดเหตุ หากไปถูกโดนหรือเข้าใกล้จะเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินได้ ตามปกติการไฟฟ้าจะมีมาตรฐานในการติดตั้งให้อยู่ห่างจากอาคาร ป้ายโฆษณา หรือทรัพย์สินต่างๆอยู่แล้ว แต่หากประชาชนมีการขนย้ายสิ่งของ ต่อเติม ก่อสร้าง หรือการใช้รถเครนขนาดใหญ่ ที่เสี่ยงต่อการจะไปโดนสายไฟฟ้า ไม่ว่าจะจุดใดก็ตาม ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นสายไฟฟ้าแรงดันสูง และประสานการไฟฟ้านครหลวงเขตต่างๆ ตามท้องที่ หรือ โทรสายด่วน 1130 ให้เข้าตรวจสอบและนำฉนวนมาหุ้มป้องกันระหว่างดำเนินการขนย้าย ต่อเติม ก่อสร้าง จนกว่าจะแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สน สำเหร่ จะสอบสวนหาสาเหตุการเกิดเหตุอีกครั้ง เบื้องต้นได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญนำคนเจ็บส่ง รพ.ทหารเรือ ส่วนศพส่งชันสูตรที่ รพ.จุฬาฯ
วันที่ 4 ก.ย. 2567 ร.ต.ท.วัชรพนธ์ รอดเจียม รอง สว.(สอบสวน)สน.สำเหร่ รับแจ้งเหตุ มีคนงานสร้างหลังคาเหล็ก ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิต และบาดเจ็บ เหตุเกิดบ้านเลขที่ 408 ซอยกรุงธนบุรี4 แยก10 แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรนิติเวช รพ.จุฬาฯ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญ
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น 1 คูหา พบศพนายเชาวลิต ขันทิพย์ อายุ 62 ปี สภาพศพนอนหงายบนชั้นดาดฟ้า กำลังต่อเติม ทำหลังคา ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ อีก 2 ราย นายสมนึก นาคนาวา อายุ 57 ปี บาดเจ็บที่มือทั้ง2ข้าง และขาทั้ง 2 ข้าง ถูกกระแสไฟฟ้าดูดจนไหม้ และนายชาติ มณีจันสุข อายุ 36 ปี อาการสาหัส มีบาดแผลไฟไหม้ตามลำตัวมือทั้ง2ข้างและขาทั้ง 2 ข้าง
จากการสอบสวนนาง ชูศรี ดีประสิทธิ์ อายุ 62 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตน สามีผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คน รับจ้างจากเจ้าของตึกมาต่อเติมหลังคาชั้นดาดฟ้า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ข้างล่างหน้าตึกคอยผูกเชือกกับแผ่นแผ่นเมทัลชีทดึงขึ้นไปชั้นดาดฟ้า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บอยู่ด้านบนชั้นดาดฟ้าคอยดึงเชือกพอตนส่งขึ้นไปได้ยินเสียงดังบึม ตนวิ่งขึ้นไปดูเห็นทั้งสามคนล้มลงไปแล้ว อีก 2 คน ลุกขึ้นได้ ส่วนสามีลุกไม่ได้ตนไปปั้มหัวใจสะอึกขึ้นมาอยู่ 3 ครั้ง ก่อนเสียชีวิต สามีตนเป็นช่างรับเหมาทำหลังคา ทำงานแบบนี้มา 40 กว่าปีแล้ว ครั้งนี้เป็นการผิดพลาดครั้งแรก
ด้าน นายสมนึก นาคนาวา อายุ 57 ปี กล่าวว่า แผ่นเมทัลชีทที่ดึงขึ้นไปโดนกับสายไฟแรงสูง เราทั้ง3 คนจับแผ่นเมทัลชีททำให้ถูกไฟชอตหัวหน้าเสียชีวิตตนและเพื่อนบาดเจ็บ
ด้านนายชาญสุวิช อำไพจิตต์ พยานที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวได้จ้างคนงานมาต่อเติมหลังคาชั้นดาดฟ้าตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อวานเป็นการขึ้นโครงเหล็ก และวันนี้ได้นำแผ่นเหล็กเมทัลชีทมาปู มีช่าง 3 คนขึ้นไปดึงแผ่นเมทัลชีทจากด้านบน ส่วนผู้หญิงอีกคนคอยผูกเชือกที่แผ่นเมทัลชีทดึงอยู่ชั้นล่าง ช่วงแรกๆ ก็ดึงขึ้นไปได้ กระทั่งมาถึงแผ่นที่เกิด เมื่อดึงขึ้นไปแล้ว จังหวะที่ช่างกำลังจับแผ่นเหล็กเพื่อดึงเข้าไปพักที่ดาดฟ้า ไม่แน่ใจว่าส่วนใดของแผ่นเมทัลชีทไปโดนสายไฟฟ้าแรงสูง แต่เห็นแสงไฟวาบคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด 2 ลูก ก่อนที่ไฟฟ้าจะดับทั้งหมด และมีแผ่นเมทัลชีทร่วงหล่นลงมา จนชาวบ้านที่อยู่ในซอยต่างตกใจกันหมด ตนมองว่าอันตรายและไม่ปลอดภัย เพราะมีช่างที่รับจ้างทำหลังคาลักษณะเดียวกันผ่านมาเห็น บอกว่าไม่ควรเสี่ยงเอาแผ่นขึ้นด้านหน้าอาคาร เพราะมีสายไฟแรงสูงอยู่ตรงจุดดังกล่าวพอดี ควรดึงขึ้นฝั่งอื่น หรือถือขึ้นทางบันไดมากกว่า อีกทั้งยังโชคยังดีที่แผ่นเหล็กดังกล่าวไม่ตกลงบนถนนที่มีรถสัญจรผ่านไปมา มิฉะนั้นคงมีผู้บาดเจ็บมากกว่า
ด้านว่าที่ร้อยเอกศิริพงษ์ สนานคุณ ผู้อำนวยการกองบริการการจำหน่าย การไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวา เปิดเผยว่า สายไฟฟ้าจุดเกิดเหตุ เป็นส่วนของสายไฟด้านบนสุด เป็นสายไฟแรงดันกลาง ตามเกณฑ์ของการไฟฟ้าฯ หรือสายไฟแรงดันสูงตามความเข้าใจของประชาชน มีแรงดันไฟ 24,000 โวลต์ ตามปกติจะมีฉนวน ยกเว้นบางจุดที่เป็นจุดต่อพ่วงเข้ากับหม้อแปลงไฟฟ้า จะเป็นสายเปลือย เช่นเดียวกับจุดที่เกิดเหตุ หากไปถูกโดนหรือเข้าใกล้จะเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินได้ ตามปกติการไฟฟ้าจะมีมาตรฐานในการติดตั้งให้อยู่ห่างจากอาคาร ป้ายโฆษณา หรือทรัพย์สินต่างๆอยู่แล้ว แต่หากประชาชนมีการขนย้ายสิ่งของ ต่อเติม ก่อสร้าง หรือการใช้รถเครนขนาดใหญ่ ที่เสี่ยงต่อการจะไปโดนสายไฟฟ้า ไม่ว่าจะจุดใดก็ตาม ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นสายไฟฟ้าแรงดันสูง และประสานการไฟฟ้านครหลวงเขตต่างๆ ตามท้องที่ หรือ โทรสายด่วน 1130 ให้เข้าตรวจสอบและนำฉนวนมาหุ้มป้องกันระหว่างดำเนินการขนย้าย ต่อเติม ก่อสร้าง จนกว่าจะแล้วเสร็จ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการไฟฟ้านครหลวงจะดำเนินการให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สน สำเหร่ จะสอบสวนหาสาเหตุการเกิดเหตุอีกครั้ง เบื้องต้นได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญนำคนเจ็บส่ง รพ.ทหารเรือ ส่วนศพส่งชันสูตรที่ รพ.จุฬาฯ
z-z1603487247937.jpg)