닫기

8111

Gaslighting คืออะไร? รู้เท่าทัน 5 สัญญาณเตือน "โดนปั่นหัว" ก่อนสุขภาพจิตพัง

 

เคยไหม... ที่รู้สึกสงสัยในความทรงจำ คุณค่า หรือแม้กระทั่ง "ความสติดี" ของตัวเอง เวลาทำอะไรก็กลายเป็นฝ่ายผิดเสมอ? อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากคุณคิดมากไปเอง แต่คุณกำลังตกเป็นเหยื่อของความสัมพันธ์แบบ "Gaslighting" โดยไม่รู้ตัว!

 

Gaslighting คือรูปแบบการปั่นหัวและบิดเบือนความจริงทางจิตวิทยา (Psychological Manipulation) ที่คนทำพยายามทำให้เหยื่อเกิดความสับสน สงสัยในตัวเอง และสูญเสียความมั่นใจ จนต้องยอมพึ่งพาและโดนอีกฝ่ายควบคุมในที่สุด

 

5 สัญญาณเตือน! คุณกำลังโดน Gaslighting

 

1. โดนปฏิเสธความจริงแบบสิ้นเชิง (Outright Denial) : พูดคำยอดฮิตอย่าง "ไม่ได้พูดสักหน่อย" "คิดไปเองหรือเปล่า" ทั้งๆ ที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง

2. ด้อยค่าความรู้สึก (Minimizing Feelings) : ตราหน้าว่าคุณเป็นคน "คิดมาก" "งี่เง่า" หรือ "อ่อนแอเกินไป" เวลาที่คุณรู้สึกเสียใจหรือน้อยใจ

3. โยนความผิดกลับ (Blame Shifting) : เปลี่ยนเรื่องให้กลายเป็นความผิดของคุณเสมอ เช่น "ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้น ฉันก็คงไม่โมโห"

4. ทำลายความเชื่อมั่นต่อหน้าคนอื่น : แอบพูดเปรยๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวของคุณว่าคุณเป็นคนลืมง่าย หรืออารมณ์ไม่มั่นคง เพื่อสร้างภาพให้คุณดูเชื่อถือไม่ได้

5. เสแสร้งว่าหวังดี (Fake Concern) : ใช้คำพูดทำลายความมั่นใจโดยอ้างว่า "เพราะรักถึงเตือน" หรือ "ถ้าไม่ใช่น้อง/แฟน พี่ไม่พูดนะ"
 

3 Step รับมืออย่างไรเมื่อต้องเจอ Gaslighting?

  

เชื่อมั่นในความจริงของตัวเอง : จดบันทึกข้อความ แคปแชต หรือบันทึกเหตุการณ์ไว้ เพื่อใช้ยืนยันกับตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง

ตั้งขอบเขต (Set Boundaries) : หยุดถกเถียงเมื่ออีกฝ่ายเริ่มบิดเบือนความจริง ถอยออกมาด้วยคำพูดสั้นๆ เช่น "ฉันจำได้แบบนี้ และจะไม่เถียงเรื่องนี้อีก"

ปรึกษาคนนอกที่ไว้วางใจ : ดึงตัวเองออกจากวงจร ด้วยการคุยกับเพื่อน ครอบครัว หรือนักจิตวิทยา เพื่อดึงสติและความมั่นใจกลับคืนมา
 
สรุปง่ายๆ ความสัมพันธ์ที่ดีจะไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเอง "บ้า" หรือ "ไร้ค่า" หากพบสัญญาณเหล่านี้ ต้องรีบถอยออกมาตั้งหลักและรักตัวเองให้มากที่สุด