닫기

ปกสกรู๊ปcopy

“บุคคลแห่งปี2024 “ รวบรวมรายชื่อ คนที่โดดเด่นในแต่ละด้านที่แตกต่างกันโดยแต่ละคนจะมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง

2024 กำลังจะผ่านไปเพื่อเข้าสู่ปีใหม่ 2025 โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์และความเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้น ซึ่งภายในศูนย์กลางนั้นจะมีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่โดดเด่นขึ้นมาหรือมีอิทธิพลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ไม่ว่าจะในด้านการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือสื่อสารมวลชนซึ่งทางทีมข่าว The room 44 คัดเลือกบุคลแห่งปี 2024 แต่ละคนมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน หรือมีอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ 10 คน

1.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 และผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคไทยรักไทยคนแรก (ปัจจุบันวิวัฒนาการมาเป็นพรรคเพื่อไทย) นายทักษิณได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม รวมระยะเวลาลี้ภัยในต่างประเทศนาน 15 ปี และถูกนำตัวไปจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน แต่ได้ย้ายไปพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจทันทีเพราะอาการป่วย แต่เมื่อ 31 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการพระราชทานอภัยลดโทษจำคุกให้ทักษิณ จากเดิม 8 ปี คงเหลือ 1 ปี ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยโทษอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 18 สิงหาคม 2567

2.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊งค์ นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นนายกที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ก่อนที่จะเป็นนายกนั้น หลายคนในพรรคมองว่า น.ส.แพทองธาร เป็นผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ จึงมีการโหวตกันเกิดขึ้น ซึ่งก่อนก่อนเริ่มการโหวตเลือกนายกฯนั้น มีการถกเถียงกัน จึงเปิดโอกาสให้สส.ได้อภิปรายก่อนให้ฝ่ายค้านและรัฐบาลอภิปรายคนละ 20 นาที หลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ผลปรากฎว่า มีผู้ลงคะแนน "เห็นชอบ" 319 เสียงเป็นผลให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้รับคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. จึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

3.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนักธุรกิจและอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นับเป็นคนไทยคนแรกที่จบ 2 มหาวิทยาลัยในไทยและเท็กซัสพร้อมกัน นาย “พิธา“ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวเหตุถือหุ้นสื่อไอทีวี ในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 9:0 ยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี โดยมีจำนวน 11 คน ซึ่งพิธา เป็น 1 ใน 11 กรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ หลังจากการยุบพรรคก้าวไกลพิธาก็ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า

4.กรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่มกรรชัย ช่วงแรกเล่นละครมาเรื่อยๆจนมีชื่อเสียงมากขึ้นเป็นทั้งนักแสดง พิธีกรหลังจากนั้นหันมาเป็นพิธีกรรายการ โหนกระแส ซึ่งเป็นรายการที่ได้รับการตอบรับที่ดี จนมีผู้ติดตามมากถึง 8 ล้านกว่าคน เพราะเป็นรายการที่เชิญแขกกรับเชิญมาได้เยอะมากหน้าหลายตา บางครั้ง นำผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆมาร่วมรายการด้วย เช่น ทนายความ นักวิชาการ และเรื่องที่ได้มีการเปิดเผยในรายการ จนเป็นกระแสตอนนี้ก็คือเรื่องของบริษัท The icon group ที่มีผู้เสียหายมากถึง 8,000 คน ที่ในตอนนี้เรื่องราวทั้งหมดยังไม่จบลงและมีการสาวถึงบุคคลอื่นอยู่เรื่อยๆ

5.นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ก่อตั้งและซีอีโออาณาจักรธุรกิจออนไลน์ ดิไอคอนกรุ๊ป (The iCon Group) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม ที่ใช้โมเดล “ซื้อมา-ขายไป” สร้างรายได้มหาศาล โดยมีเหล่าดาราระดับแนวหน้าของไทยทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ร่วมงาน เจ้าของวลีเด็ด "ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย"แต่ หลัง จากที่พิธีกรรายการดังได้เปิดเผยถึงบริษัท the icon ว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากตอนนี้มีผู้เสียหายมากถึง 8,000 คน มูลค่าความเสียหาย 2,000 กว่าล้าน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวผู้ต้องหาที่เป็นระดับผู้บริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำนวน 18 ราย 1 ในนั้นคือบอสพอลในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

6.นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้มเข้าสู่วงการทนาย ตั้งแต่ปี 2547 เริ่มจากการเป็นทนายที่ให้คำแนะนำชาวบ้าน กระทั่งสร้างทีมชื่อ "ทีมทนายประชาชน" ตลอด 10 ปี และมีคดีหลายคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคม คดีที่ทำให้ผู้คนจดจำชื่อของ "ทนายตั้ม" ได้เป็นอย่างดี คือคดีหวย 30 ล้าน คดี "น้องชมพู่" ซึ่ง ทนายตั้ม เป็นที่ปรึกษาให้กับ "ลุงพล" เเต่วันที่ 7 พ.ย.2567 ที่ผ่านมา "ทนายตั้ม" หรือ ถูกตำรวจจับกุมตัว พร้อมกับภรรยา ตามหมายจับศาลอาญารัชดา ในข้อหา ฉ้อโกง, ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ปมคดีเจ๊อ้อย 71 ล้าน

7.นายสนธิ ลิ้มทองกุลอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มเสื้อเหลือง เดิมทีเคยเป็นผู้สนับสนุน นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ต่อมาเป็นผู้นำขบวนการต่อต้านทักษิณ ช่วงต้น พ.ศ. 2549 ตอนนี้ได้กลับเข้ามามีบทบาทในวงการสื่ออีกครั้ง ในเรื่องของคดี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ปมเงินเจ๊อ้อย 39 ล้าน ทั้งนี้ วันจันทร์ ที่ 9 ธ.ค. 67 “สนธิ” นัดมวลชนบุกทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือถึง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ชี้แจงกรณีเอ็มโอยู ไทย-กัมพูชา 2544 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางทะเลรอบเกาะกูด จ.ตราด ภายหลังรัฐบาลแถลงนโยบายเร่งด่วนต่อสภาเพื่อเจรจาต่อรอง MOU44แบ่งปันผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล และยังเป็นการนำมวลชนลงถนนครั้งสุดท้ายของ ”สนธิ“

8.นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เป็นผู้ประกาศข่าวที่หลายคนคงรู้จัก เพราะมีชื่อเสียงในการสัมภาษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ พูดให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่จะสื่อ และการนำข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์มาอ่านในรายการโทรทัศน์พร้อมขยายความให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาข่าวง่ายขึ้น จากที่การทำงานที่สรยุทธทุ่มเทเวลาให้กับข่าวอย่างเต็มที่เหมือนแรงงานหรือกรรมกร ทำให้มีอีกฉายาคือ กรรมกรข่าว

9.หมูเด้ง เรียกว่ากลายเป็นดาวโซเชียล และดาวเด่นของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวและยังเป็นหมูเด้งที่ดังระดับโลกไปแล้ว เพราะด้วยความน่ารัก น่าเอ็นดู หลายคนเห็นใจฟูอยากมอบความรักให้น้องกันอย่างรัวๆ และมีนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลามที่เข้าไปดูหมูเด้ง เรียกได้ว่าต้องต่อคิวเข้าดูกันเลยทีเดียว หลายคนคงสังสัยว่าทำไม ถึงชื่อหมูเด้ง ซึ่งมาจาก การเปิดโหวตของสวนสัตว์เขาเขียว โดยมีชื่อให้โหวต 3 ชื่อ คือ หมูเด้ง หมูแดง และ หมูสับ ปรากฏว่ามีผู้โหวต 20,000 คนเลือกชื่อ หมูเด้ง จนเป็นที่มาของชื่อ หมูเด้ง นั่นเอง ช่องTikTok ขาหมูแอนด์เดอะแกงค์ ที่มีผู้ติดตามมากถึง 3.3 ล้าน และคลิปที่แมสของหมูเด้งนั้น มียอดวิวมากถึง 36.3 ล้านวิว ตอนนี้ ได้รางวัลที่ "หมูเด้ง" ได้รับรางวัลคนมีสไตล์แห่งปี ซึ่งหมูเด้งติด 1 ใน 63 คนที่ได้รับรางวัล

10. นางสาวจตุพร หรือ เจ๊อ้อย เป็นเศรษฐินีชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหลังจากแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ เจ๊อ้อยได้ย้ายไปอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส โดยในปี 2563 เจ๊อ้อย โชคดีถูกรางวัลลอตเตอรี่ รับทรัพย์จำนวน 5 พันล้านบาท ซึ่งทำให้เธอขึ้นแท่นเป็นเศรษฐินีเจ้าของธุรกิจร้านเบเกอรี ตั้งแต่นั้นมา เจ๊อ้อยได้เริ่มทำบุญและบริจาคเงินให้กับมูลนิธิต่างๆและโรงเรียนวัดในช่วงวิกฤตโควิด-19 รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท