'เขมร' ย้ำ MOU43 เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ถอนฝ่ายเดียวไม่ได้
โพสต์เมื่อ : 1 ต.ค 2568 เวลา 5:7 น.
'เขมร' ย้ำ MOU43 เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ ถอนฝ่ายเดียวไม่ได้ ด้านโฆษกกระทรวงยุติธรรม โต้แรง 'ไทย' ไร้อำนาจยกเลิก MOU เขตแดน หากไร้ความยินยอมจากเขมร
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เส็ง ดีนา โฆษกกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา ได้ออกมาเน้นย้ำว่า บันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทยว่าด้วยการสำรวจและกำหนดเขตแดนทางบก หรือ MOU 2543 ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเพิกถอนหรือยกเลิกได้โดยเพียงฝ่ายเดียว
เส็ง ดีนา กล่าวว่า แม้จะใช้ชื่อว่า MOU แต่เอกสารดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีน้ำหนักทางกฎหมายเช่นเดียวกับสนธิสัญญา โดยได้จดทะเบียนกับสหประชาชาติและประกาศใช้อย่างเป็นทางการตามมาตรา 102 ของกฎบัตรสหประชาชาติ
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ภายใต้กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศว่าด้วยสนธิสัญญาและหลักนิติศาสตร์ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรใด ๆ ระหว่างรัฐที่กำหนดพันธกรณีทางกฎหมายที่มีผลผูกพันภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ย่อมมีคุณค่าเช่นเดียวกับสนธิสัญญา ไม่ว่าจะใช้ชื่อว่าอะไรก็ตาม
เส็งยังตั้งข้อสังเกตว่า บันทึกความเข้าใจ 2543 ไม่มีข้อกำหนดเรื่องการหมดอายุหรือบทบัญญัติสำหรับการยุติโดยฝ่ายเดียว
“ดังนั้น บันทึกความเข้าใจ 2543 จึงยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่าวัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจ คือการสำรวจและกำหนดเขตแดนทางบกระหว่างกัมพูชาและไทยจะสำเร็จลุล่วง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถอนตัวไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง” โฆษกกระทรวงยุติธรรมกัมพูชากล่าว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานข่าวว่า รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย กำลังพิจารณาจัดให้มีการลงประชามติระดับชาติว่าจะเพิกถอนบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ (MOU 2543-2544) กับกัมพูชาหรือไม่
z-z1603487247937.jpg)